ศาลสหรัฐฯ สั่งรัฐบาลทรัมป์ห้ามกักตัวผู้อพยพเกิน 90 วัน หากไม่มีการไต่สวนประกันตัว

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ วินิจฉัยเมื่อวันพฤหัสบดี (2 ก.ค.) ห้ามรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บังคับกักตัวผู้อพยพหลายพันรายระหว่างรอเนรเทศเกินกว่า 90 วัน เว้นแต่จะเปิดโอกาสให้ไต่สวนเพื่อขอประกันตัว

คำตัดสินของคณะผู้พิพากษา 3 ท่าน (มติ 2 ต่อ 1) จากศาลอุทธรณ์ภาค 5 เมืองนิวออร์ลีนส์ ส่งผลกระทบต่อผู้อพยพหลายพันรายที่หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) กักตัวไว้ในรัฐภายใต้เขตอำนาจศาล เช่น เท็กซัสและลุยเซียนา ตามปฏิบัติการกวาดล้างผู้อพยพของปธน.ทรัมป์

ผู้พิพากษาเลสลี เซาท์วิก ผู้เขียนคำวินิจฉัยเสียงส่วนใหญ่ ระบุว่า ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ชี้ชัดตั้งแต่ปี 2544 ว่า บทบัญญัติว่าด้วยวิถีทางที่ถูกต้องแห่งกฎหมายคุ้มครองทุกคน รวมถึงพลเมืองเม็กซิโก 2 ราย และชาวฮอนดูรัส 1 ราย ที่เป็นคู่กรณีในคดีนี้

อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาคอรี วิลสัน ที่ปธน.ทรัมป์แต่งตั้ง เห็นแย้งว่า “เสียงส่วนใหญ่กำลังลดทอนความสำคัญของรัฐธรรมนูญที่มอบอำนาจเด็ดขาดเรื่องการตรวจคนเข้าเมืองให้แก่รัฐสภา”

ด้านโฆษกกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ผู้กำกับดูแล ICE แถลงว่า ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน และมั่นใจในจุดยืนทางกฎหมายเรื่องการบังคับกักตัว พร้อมระบุว่าเมื่อสัปดาห์ก่อน รัฐบาลเพิ่งยื่นคำร้องให้ศาลสูงสุดทบทวนคำตัดสินในลักษณะเดียวกันจากศาลอุทธรณ์อีกแห่ง

ตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง “ผู้ขอเข้าเมือง” ต้องถูกกักตัวระหว่างดำเนินคดีในศาลตรวจคนเข้าเมืองและไม่มีสิทธิไต่สวนประกันตัว

อย่างไรก็ดี เมื่อปีที่ผ่านมา DHS ได้เปลี่ยนแนวทางการตีความกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองที่มีมาอย่างยาวนาน โดยระบุว่า ไม่ใช่แค่ผู้ที่เพิ่งเดินทางมาถึงชายแดนเท่านั้น แต่ผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองซึ่งพำนักอยู่ในสหรัฐฯ อยู่แล้ว ก็ให้ถือเป็น “ผู้ขอเข้าเมือง” ที่ต้องถูกกักตัวเช่นกัน

ต่อมาในเดือนก.ย. ปีที่แล้ว คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ด้านการตรวจคนเข้าเมือง สังกัดกระทรวงยุติธรรม ได้ออกคำตัดสินรับรองการตีความนี้ ส่งผลให้ผู้พิพากษาศาลตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดของกระทรวงดังกล่าว เริ่มสั่งบังคับกักตัวผู้อพยพตามแนวทางดังกล่าว

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช