เงินเฟ้อมิ.ย. 2.42% ราคาน้ำมันยังทรงตัวสูง-อาหารจานเดียว ขยับขึ้นเป็นวงกว้าง

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือนมิ.ย.69 เท่ากับ 102.85 หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป สูงขึ้น 2.42% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.7-2.87% โดยมีปัจจัยสำคัญจาก ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อน จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ค่าครองชีพในส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.69) สูงขึ้น 1.08% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือนมิ.ย.69 เท่ากับ 102.68 หรืออัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน สูงขึ้น 1.23% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้เงินเฟ้อพื้นฐาน เฉลี่ยครึ่งปีแรก สูงขึ้น 0.79%

น.ส.ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการ สนค. เปิดเผยว่า เมื่อเปรียบเทียบราคาสินค้า 464 รายการในเดือนมิ.ย.69 กับเดือนพ.ค.69 จะพบว่า มีสินค้า 194 รายการที่ราคาสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวสารเจ้า, กะหล่ำปลี, ผักกาด, ผักคะน้า, ผักชี, กาแฟผงสำเร็จรูป, น้ำอัดลม, สบู่, โฟมล้างหน้า และผลิตภัณฑ์ซักผ้า เป็นต้น

ส่วนสินค้าที่ราคาลดลง มี 151 รายการ ได้แก่ เนื้อสุกร, กุ้งขาว, แตงกวา, ผักบุ้ง, ฝรั่ง, ลองกอง, กะทิสำเร็จรูป, น้ำมันเชื้อเพลิง, ค่าห้องพักโรงแรม และค่าโดยสารเครื่องบิน เป็นต้น ขณะที่สินค้าอีก 119 รายการ ราคาไม่เปลี่ยนแปลง ได้แก่ ชุดตรวจโควิด (ATK), ยาหม่อง, ค่าเช่าบ้าน, ค่าเบี้ยประกัน, ค่าแรงช่างทาสี-ปูกระเบื้อง, ค่าน้ำประปา เป็นต้น

*แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปไตรมาส 3 – 4 คาดบวกต่อเนื่อง

สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในไตรมาส 3/69 คาดว่าจะยังเป็นบวกต่อเนื่อง ประมาณการไว้ที่ 2.79% โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่ให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่ ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศยังทรงตัวสูงกว่าปีก่อน, ราคาอาหารสำเร็จรูป ทยอยปรับตัวสูงเป็นวงกว้าง, ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น และ ราคาผักสดมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากฐานราคาที่ต่ำในปีก่อนหน้า

ขณะที่แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในไตรมาส 4 ปีนี้ ประมาณการไว้ที่ระดับ 3.02% ตัวมีปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจาก 1.ราคาอาหารจานเดียว หรืออาหารสำเร็จรูป ที่เมื่อปรับขึ้นราคาไปแล้ว มักจะไม่ปรับลดลง และ 2.ราคาผักสดที่สูงขึ้น เนื่องจากเทียบกับฐานราคาที่ต่ำในปีก่อน

อย่างไรก็ดี แนวโน้มดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยหากสถานการณ์คลี่คลายชัดเจน และส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงต่ำกว่าในระดับปัจจุบัน ก็มีโอกาสทำให้อัตราเงินเฟ้อของไทยในไตรมาส 4 อยู่ต่ำกว่าระดับที่ประมาณการไว้ที่ 3% ได้

รองผู้อำนวยการ สนค. ยังกล่าวถึงสถานการณ์ราคาอาหารจานเดียว 7 เมนู (ข้าวผัด, ผัดซีอิ๊ว-ราดหน้า, ข้าวหมูแดง, ข้าวมันไก่, ส้มตำ, ก๋วยเตี๋ยว, ข้าวราดผัดกะเพรา) จากข้อมูลที่ได้สำรวจในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย.69 รวมทั้งหมด 1,535 รายการ พบว่าราคาอาหารจานเดียวสูงขึ้น 438 รายการ หรือคิดเป็น 28.53% โดยกลุ่มที่ปรับราคาอาหารเพิ่มขึ้นอีกจานละ 10 บาท มี 244 รายการ หรือคิดเป็น 55.71% ส่วนกลุ่มที่ปรับราคาอาหารเพิ่มขึ้นอีกจานละ 5 บาท มี 182 รายการ หรือคิดเป็น 41.55%

“ที่พบการปรับขึ้นราคามากที่สุด คือ กลุ่มที่ขายอาหารจานละ 50 บาท และปรับเพิ่มขึ้นอีก 10 บาท หรือราคาเพิ่มขึ้น 20% และกลุ่มที่ขายอาหารจานละ ราคา 40 บาท และปรับเพิ่มขึ้นอีก 10 บาท หรือราคาเพิ่มขึ้น 25% ซึ่งสองกลุ่มนี้ มีอยู่กว่า 10% ของจำนวนที่สำรวจ 1,535 รายการ

ทั้งนี้ แนวโน้มราคาอาหารจานเดียว หรืออาหารสำเร็จรูป ยังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้อีก เนื่องจากร้านขายอาหารจานเดียว ส่วนใหญ่มักเป็นผู้ประกอบการรายเล็ก ที่ไม่สามารถแบกรับต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งจากต่างร้านอาหารขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ ที่เมื่อซื้อวัตถุดิบในปริมาณมากอาจจะได้ราคาเฉลี่ยที่ต่ำกว่า ดังนั้นเมื่อร้านอาหารรายย่อยไม่สามารถแบกรับต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นได้ จึงทำให้ต้องทยอยปรับขึ้นราคาอาหาร

อย่างไรก็ดี ก็มีบางร้านที่ยอมแบกรับต้นทุนไว้เอง เนื่องจากเกรงว่าถ้าปรับขึ้นราคาอาหารแล้ว จะทำให้เสียลูกค้า ในขณะที่บางร้านก็ต้องยอมรับว่าไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนไว้ได้ จึงต้องทยอยปรับขึ้น 5-10 บาท ซึ่งจะเริ่มเห็นการปรับราคาอาหารจานเดียวกระจายเป็นวงกว้างมากขึ้น

ส่วนผลจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่มีต่อเงินเฟ้อนั้น รองผู้อำนวยการ สนค. กล่าวว่า โครงการดังกล่าว ไม่ได้ส่งผลต่อตัวเลขเงินเฟ้อให้สูงขึ้นเท่าใดนัก เช่นเดียวกับการดำเนินโครงการลักษณะนี้ในอดีต ไม่ว่าจะเป็น โครงการคนละครึ่ง โครงการดิจิทัลวอลเล็ต โครงการคนละครึ่งพลัส และมาถึงล่าสุด โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40

“เท่าที่ดูข้อมูลจากในอดีต ไม่ว่าจะเป็นคนละครึ่ง ตั้งแต่สมัยลุงตู่ ปี 63 ก็ไม่ได้ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเลย จนมาถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต คนละครึ่งพลัส เฟสแรก จนมาถึงล่าสุด ไทยช่วยไทยพลัส ก็ไม่ได้ส่งผลต่อเงินเฟ้อมากนัก แต่เงินเฟ้อลดลงเล็กน้อยด้วยซ้ำ” น.ส.ณัฐิยา ระบุ

*คงคาดการณ์เงินเฟ้อปี 69 ที่ 1.5-2.5%

อย่างไรก็ดี สนค. ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของปีนี้ ไว้ในกรอบ 1.5-2.5% ภายใต้สมมติฐานสำคัญ ได้แก่ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ปีนี้ โต 1.5-2.5% ราคาน้ำมันดิบดูไบ เฉลี่ยทั้งปีที่ 80-90 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน เฉลี่ยทั้งปีที่ 32.00-33.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งยังมีปัจจัยเพิ่มเติม ได้แก่ อาหารจานเดียวราคาสูงขึ้น 3-5%, ค่ากระแสไฟฟ้า 3.93 บาท/หน่วย, ราคาน้ำมันดีเซล 35-40 บาท/ลิตร และภาวะเอลนีโญ ไม่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน