
โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป (Goldman Sachs Group) คาดการณ์ว่า เงินเยนจะอ่อนค่าลงสู่ระดับ 165 เยนต่อดอลลาร์ในอีก 1 ปีข้างหน้า โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐอเมริกา
โกลด์แมน แซคส์ ได้ปรับทบทวนตัวเลขคาดการณ์เงินเยนลดลงมาอยู่ที่ระดับ 165 เยนต่อดอลลาร์ จากเดิมที่ระดับ 155 เยนต่อดอลลาร์ ส่งผลให้โกลด์แมน แซคส์ เป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีมุมมองลบต่อสกุลเงินเยน
นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า การปรับลดตัวเลขคาดการณ์เงินเยนสะท้อนถึงแรงกดดันทางการคลังของญี่ปุ่น ตลอดจนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น และการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป
นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ มองว่า ประสิทธิภาพของการที่รัฐบาลญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยนนั้น น่าจะเห็นผลแค่ในระยะสั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจมหภาคยังคงขับเคลื่อนไปในทิศทางตรงกันข้าม เช่น ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงเอื้อประโยชน์ต่อดอลลาร์
ส่วนในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียเช้าวันนี้ (6 ก.ค.) เงินเยนเคลื่อนไหวที่ระดับ 161.79 เยนต่อดอลลาร์ ลดลง 0.3% จากระดับของวันศุกร์ (3 ก.ค.)
เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เธอได้หารือทางโทรศัพท์กับ สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ เกี่ยวกับประเด็นค่าเงิน โดยระบุว่าญี่ปุ่นและสหรัฐฯ มีความเข้าใจที่ตรงกันอย่างมากอยู่แล้ว และความเข้าใจดังกล่าวจะยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ นั่นคือจะต้องมีการดำเนินการที่เด็ดขาดหากจำเป็น
เทรดเดอร์มองว่า คำกล่าวของคาตายามะกำลังส่งสัญญาณถึงการเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตรา และมองว่าการสนทนาระหว่างรัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ได้เพิ่มความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นอาจจะเข้าแทรกแซงตลาดในเร็ว ๆ นี้
ทั้งนี้ หลังจากที่ญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราเมื่อช่วงปลายเดือนเม.ย. เบสเซนต์ได้ออกมาแสดงความเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกับคาตายามะ โดยระบุว่า ความผันผวนที่มากเกินไปของอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ ให้การยอมรับต่อการแทรกแซงดังกล่าว
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





