
ไมโครซอฟท์ (Microsoft) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เปิดเผยในวันจันทร์ (6 ก.ค.) ว่า บริษัทกำลังดำเนินการเลิกจ้างพนักงานประมาณ 4,800 ตำแหน่งทั่วโลก หรือคิดเป็นประมาณ 2.1% ของพนักงานทั้งหมดทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งล่าสุด
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ไมโครซอฟท์ได้ยืนยันเรื่องการปรับลดตำแหน่งงานดังกล่าวผ่านข้อความภายในที่ส่งถึงบุคลากร โดยระบุว่า ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้มีขึ้นเพื่อให้การดำเนินธุรกิจสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี รวมถึงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้การดำเนินงานมีความกระชับฉับไวยิ่งขึ้น
บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า การเลิกจ้างพนักงานในครั้งนี้จะส่งผลกระทบหลักต่อฝ่ายขายเชิงพาณิชย์และธุรกิจเกมอย่างเอ็กซ์บ็อกซ์ (Xbox)
เอมี โคลแมน รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของไมโครซอฟท์ ระบุในข้อความที่ส่งถึงพนักงานว่า ธุรกิจของบริษัทกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงท่ามกลางวิวัฒนาการที่รวดเร็วของเทคโนโลยีและความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้องค์กรจำเป็นต้องปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าการเลิกจ้างครั้งนี้ไม่ได้เป็นผลโดยตรงจากการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์
ไมโครซอฟท์ยืนยันว่า บริษัทจะจัดหาแพ็กเกจค่าชดเชย สิทธิประโยชน์ด้านการดูแลสุขภาพ และบริการช่วยเหลือในการเปลี่ยนผ่านสายอาชีพให้แก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ บริษัทยังข้อสังเกตว่า โครงการเปิดโอกาสให้พนักงานเกษียณอายุโดยสมัครใจซึ่งเปิดตัวเมื่อช่วงต้นปีนี้ มีส่วนช่วยลดขนาดและขอบเขตของการเลิกจ้างพนักงานในครั้งนี้ลง
ทั้งนี้ การปรับลดตำแหน่งงานครั้งล่าสุดนี้มีขึ้นในขณะที่ไมโครซอฟท์ยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างหนักในด้าน AI ควบคู่ไปกับการพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งนี้ รายงานประจำปีของไมโครซอฟท์ระบุว่า บริษัทมีพนักงานประจำทั่วโลกรวมทั้งสิ้นประมาณ 228,000 ราย ณ เดือนมิ.ย. 2568
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช





