ครม. ไฟเขียว MOU เกษตรไทย-มาเลเซียฉบับใหม่ ครอบคลุม 13 สาขา ยกระดับร่วมมือรอบ 40 ปี รับมือเทคโนโลยี-นวัตกรรม

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง MOU ความร่วมมือด้านการเกษตรไทย-มาเลเซีย ฉบับใหม่ ยกระดับความร่วมมือจากเดิมที่ใช้มากว่า 40 ปี ครอบคลุม 13 สาขา ตั้งแต่นวัตกรรม เทคโนโลยี การรับมือโรคพืชและโรคสัตว์ ไปจนถึงความมั่นคงด้านอาหารและการพัฒนาบุคลากร เพื่อเพิ่มศักยภาพภาคเกษตรไทยและสร้างโอกาสใหม่ให้เกษตรกรในระยะยาว

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งมาเลเซีย ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร พร้อมอนุมัติให้รมว.เกษตรและสหกรณ์ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนามในร่าง MOU ดังกล่าว ซึ่งมีกำหนดลงนามระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค. 69 ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการ

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า MOU ฉบับใหม่นี้จัดทำขึ้นเพื่อทดแทนความตกลงเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2522 โดยปรับปรุงกรอบความร่วมมือให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตรและความท้าทายของโลกในปัจจุบัน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงด้านอาหาร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

สำหรับสาระสำคัญของความร่วมมือครอบคลุม 13 สาขา อาทิ การพัฒนาพืช ปศุสัตว์ และประมง การป้องกันและควบคุมโรคพืชและโรคสัตว์ การวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ ตลอดจนการส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหาร เพื่อยกระดับศักยภาพภาคเกษตรของทั้งสองประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ร่าง MOU มีอายุความร่วมมือ 5 ปี และจะต่ออายุโดยอัตโนมัติครั้งละ 5 ปี โดยการดำเนินความร่วมมือจะอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ภายใต้กฎหมายและนโยบายของแต่ละประเทศ

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตรไทยผ่านความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รับมือโรคพืชและโรคสัตว์ได้ดียิ่งขึ้น ต่อยอดการพัฒนาสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทยในระยะยาว” ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน