ครม. อนุมัติลดเงินนำส่งกองทุนฯ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ปี 69 เหลือ 0.0625%

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กำหนดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ พ.ศ. … เพื่อปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนฯ ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สำหรับรอบการนำส่งเงินในปี 2569

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ร่างประกาศดังกล่าว เป็นการปรับลดอัตราเงินนำส่งจากเดิม 0.25% ต่อปี เหลือ 0.0625% ต่อปี ของยอดเงินที่ได้รับจากประชาชน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569 โดยแบ่งการนำส่งเป็น 2 งวด งวดละ 0.03125% เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และให้สามารถส่งผ่านความช่วยเหลือไปยังลูกหนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า มาตรการนี้ สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่ยังเผชิญความผันผวน ทั้งจากนโยบายการค้าโลก ภูมิรัฐศาสตร์ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขณะที่ลูกหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจจำนวนมากเป็นประชาชนรายย่อย กลุ่มเปราะบาง เศรษฐกิจฐานราก และผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งยังมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และความสามารถในการชำระหนี้

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลคาดหวังให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ นำต้นทุนที่ลดลงไปสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ และการปล่อยสินเชื่อใหม่แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs ที่มีศักยภาพ เพื่อเติมสภาพคล่องให้ระบบเศรษฐกิจ ควบคู่กับการติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงประชาชนจริง ไม่กระทบวินัยทางการเงิน และไม่ก่อให้เกิดแรงจูงใจในการหยุดชำระหนี้โดยไม่จำเป็น

“รัฐบาลเดินหน้าใช้กลไกสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เป็นเครื่องมือดูแลประชาชนฐานราก ลดภาระต้นทุนทางการเงิน ช่วยลูกหนี้ให้ประคองตัวและฟื้นตัวได้ พร้อมสนับสนุนสินเชื่อใหม่ให้ผู้ประกอบการที่ยังมีศักยภาพ เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงและเป็นธรรม” น.ส.ลลิดา กล่าว

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์