ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.31 แกว่งแคบไร้ปัจจัยใหม่ ตลาดจับตารายงาน กนง.-FOMC

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.31 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.30 บาท/ดอลลาร์

โดยระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 33.27-33.35 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากวันนี้ตลาดยังขาดปัจจัยใหม่ที่จะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงิน ในขณะที่ คืนนี้ฝั่งสหรัฐฯ ไม่ได้มีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

อย่างไรก็ดี ตลาดรอติดตามรายงานผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะมีการเผยแพร่จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในวันพรุ่งนี้ (8 ก.ค.) รวมถึงรอติดตามการเปิดเผยรายงาน จากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในระยะถัดไป

“พรุ่งนี้ ตลาดรอดูการเผยแพร่รายงานประชุม กนง.ของรอบวันที่ 24 มิ.ย. รวมถึงรอติดตามรายงานประชุม FOMC เพื่อดูโทนความเห็นด้านเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อ ที่จะมีผลต่อการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดในช่วงถัดไป” นักบริหารเงิน ระบุ

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.20 – 33.40 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 161.90 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 162.12 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1430 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1440 ดอลลาร์/ยูโร

– ดัชนี SET ปิดที่ 1,604.13 จุด ลดลง 12.75 จุด (-0.79%) มูลค่าซื้อขาย 81,814.50 ล้านบาท

– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,046.24 ล้านบาท

– กระทรวงการคลัง มีแผนที่จะจำหน่ายบอนด์ “ออมพลัส” ล็อตแรก วงเงิน 4,000 ล้านบาท ช่วงปลายเดือนก.ค.นี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลได้ง่ายและทั่วถึงมากขึ้น โดยจะเปิดจำ 2 รุ่นอายุ คือ 3 ปี และ 10 ปี ผ่าน 2 ช่องทาง คือ 1. วอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชัน เป๋าตัง วงเงิน 2 พันล้านบาท และ 2. Bond Connect Platform

– บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) กางโรดแมปทองคำ มองการเคลื่อนไหวระยะยาวอยู่ในรอบวงจรขาขึ้นระดับ “Supercycle” ซึ่งเหลือเวลาอีก 16 ปี มองการเคลื่อนไหวทองคำปัจจุบันกำลังพักฐานของ Cycle ชี้ปัจจัยหนุนให้ทองเข้าอยู่ในรอบการขึ้นที่กว้างและลึกกว่าทุกรอบ มาจากปัจจัยบวกมาบรรจบพร้อมกันถึง 5 ปัจจัย โดยเฉพาะปัจจัยการเข้าซื้อของธนาคารกลาง และ de-dollarization ส่งผลกระทบมากที่สุด มองแนวรับใหญ่ 3,900-3,500 ดอลลาร์ แนะเป็นโอกาสซื้อ downside จำกัด”

– รัฐมนตรีฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจและการคลังของญี่ปุ่น ออกมาปฏิเสธมุมมองของตลาดที่ว่า รัฐบาลกำลังกดดันไม่ให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยระบุว่ามุมมองดังกล่าวเป็นความเข้าใจผิด ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของรัฐบาลญี่ปุ่น พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดใหม่ในรอบหลายทศวรรษ

– ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศมาตรการหลายด้าน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อขยายช่องทางการลงทุนระหว่างตลาดการเงินของฮ่องกงกับจีนแผ่นดินใหญ่ ตลอดจนยกระดับบทบาทของฮ่องกง ในการส่งเสริมการใช้สกุลเงินหยวนในต่างประเทศ

– สำนักงานสถิติแห่งชาติฟิลิปปินส์ รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิ.ย.69 ปรับตัวขึ้น 6.4% ชะลอตัวลงจากระดับ 6.8% ในเดือนพ.ค. และเป็นการชะลอตัวลงติดต่อกันเดือนที่สอง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันที่ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ จะดำเนินนโยบายคุมเข้มทางการเงินเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน