
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) และน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 2% ในช่วงเช้าวันนี้ (8 ก.ค.) หลังจากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ต่ออิหร่าน เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ
สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. พุ่งขึ้น 2.87% แตะระดับ 72.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบ Brent [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. พุ่งขึ้น 2.75% แตะระดับ 76.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงหลายระลอกในวันอังคาร (7 ก.ค.) เพื่อตอบโต้อิหร่านที่ก่อเหตุโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำ
CENTOM ระบุบนแพลตฟอร์ม X ว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงหลายระลอก เพื่อตอบโต้อิหร่านที่มุ่งเป้าโจมตีเรือพาณิชย์ที่มีลูกเรือเป็นพลเรือนผู้บริสุทธิ์ ในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสากล
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ได้ประกาศเพิกถอนใบอนุญาตที่เคยอนุมัติให้มีการขายน้ำมันที่มีต้นทางจากอิหร่านได้จนถึงวันที่ 21 ส.ค. โดยสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติของสหรัฐฯ (OFAC) สังกัดกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ธุรกรรมทั้งหมดที่เคยได้รับอนุญาตภายใต้มาตรการผ่อนปรนการคว่ำบาตรก่อนหน้านี้ ต้องยุติการดำเนินการภายในวันที่ 17 ก.ค.นี้
การเผชิญหน้าครั้งล่าสุดนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นบททดสอบข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางที่อิหร่านและสหรัฐฯ ได้บรรลุร่วมกันเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งได้ช่วยให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดให้เรือสัญจรได้อีกครั้ง หลังจากที่ต้องหยุดชะงักไปนานหลายเดือน
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช





