นักเศรษฐศาสตร์ออสซี่เตือนเศรษฐกิจโลกเผชิญภาวะช็อกด้านอุปทานถี่ขึ้น เสี่ยงกระทบเงินเฟ้อ

ซาราห์ ฮันเตอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และรองผู้ว่าการฝ่ายเศรษฐกิจของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เตือนว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญภาวะช็อกด้านอุปทาน (supply shock) ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุปสงค์

ฮันเตอร์กล่าวระหว่างการประชุมนักเศรษฐศาสตร์ออสเตรเลียที่กรุงแคนเบอร์ราในวันนี้ (8 ก.ค.) ว่า ช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกเผชิญภาวะช็อกด้านอุปทานที่รุนแรงบ่อยครั้งขึ้น ส่งผลให้ RBA ต้องเผชิญกับการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินที่ยากลำบาก และต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเป้าหมายที่ขัดแย้งกัน

ฮันเตอร์กล่าวว่า แบบจำลองเศรษฐศาสตร์ในอดีตตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า ภาวะช็อกด้านอุปทานที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมเพียงเล็กน้อย แต่ผลการศึกษาระยะหลังชี้ว่า แม้ปัญหาจะเกิดขึ้นเฉพาะบางภาคส่วน ก็สามารถลุกลามไปกระทบกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุปสงค์ในวงกว้างได้

ฮันเตอร์ระบุว่า ดังที่เห็นในช่วงที่ผ่านมา แรงกระแทกทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่สามารถสร้างความไม่แน่นอน บั่นทอนความเชื่อมั่น และทำให้ผู้บริโภคบางส่วนลดการใช้จ่ายสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลให้การใช้จ่ายภาคครัวเรือนชะลอตัว ขณะที่ภาคธุรกิจอาจชะลอการลงทุนและทบทวนแผนการจ้างงาน

ฮันเตอร์ยกตัวอย่างผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้การดำเนินนโยบายการเงินของ RBA เผชิญกับความท้าทาย เนื่องจากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ขณะที่อุปสงค์และกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับชะลอลง

ฮันเตอร์กล่าวว่า หากแนวโน้มเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ก็เป็นเหตุผลที่สนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากกิจกรรมทางเศรษฐกิจอ่อนแอลงและมีอุปทานส่วนเกินมากขึ้น ก็เป็นเหตุผลที่สนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 

ทั้งนี้ ฮันเตอร์เสริมว่า ภาวะที่ RBA ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการประคับประคองเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดย RBA ทำได้เพียงสร้างสมดุลระหว่างผลกระทบต่อเงินเฟ้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ พร้อมป้องกันไม่ให้ภาวะช็อกด้านอุปทานชั่วคราวกลายเป็นเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช

ข่าวล่าสุด