อิหร่านโจมตีเป้าหมายทางทหารสหรัฐฯ 85 แห่งในคูเวต-บาห์เรน ตอบโต้มะกันละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) เปิดเผยในวันนี้ (8 ก.ค.) ว่า ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐอเมริกาจำนวน 85 แห่งในคูเวตและบาห์เรน เพื่อตอบโต้การที่สหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

ก่อนหน้านี้ สถานีโทรทัศน์ Press TV ของทางการอิหร่านรายงานว่า เกิดเสียงระเบิดรุนแรงหลายครั้งที่ฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเลม ในคูเวต ซึ่งสอดคล้องกับที่สื่อของทางการคูเวตรายงานว่า เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน ในบาห์เรนก็มีรายงานว่าเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง ด้านกระทรวงกิจการภายในของบาห์เรนระบุว่า เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นทั่วประเทศ

นอกจากนี้ Press TV ยังรายงานด้วยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพอิหร่านยิงโดรน MQ-9 ของสหรัฐฯ ตกทางตอนใต้ของอิหร่าน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงหลายระลอกในวันอังคาร (7 ก.ค.) เพื่อตอบโต้อิหร่านที่ก่อเหตุโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเพิกถอนใบอนุญาตที่เดิมเคยผ่อนผันให้ขายน้ำมันจากอิหร่านได้จนถึงวันที่ 21 ส.ค. ส่งผลให้ระยะเวลาผ่อนผันสิ้นสุดเร็วขึ้นเป็นวันที่ 17 ก.ค.นี้

โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและหัวหน้าคณะเจรจาระดับสูงของอิหร่าน กล่าวว่า การละเมิดการดำเนินการของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ การเดินหน้าข่มขู่ว่าจะโจมตีเพิ่มเติม การกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรน้ำมัน การโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน รวมถึงการที่อิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอน ถือว่าสหรัฐฯ ได้ละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) อย่างร้ายแรง

โดย ปรียพรรณ มีสุข/รัตนา พงศ์ทวิช