สัญญาณบวก! เศรษฐกิจไทยแกร่ง GDP ขยับ-เงินเฟ้อลด นายกฯ ชู 3 จุดแข็งดึงนลท.

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานต่อที่ประชุมว่า เศรษฐกิจไทยมีความยืดหยุ่นมากกว่าที่หลายฝ่ายเคยประเมินไว้ และภาพรวมไม่ได้อ่อนแรงอย่างที่หลายฝ่ายกังวลในช่วงก่อนหน้านี้ 

นายวิทัย ระบุในที่ประชุมว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 400,000 ล้านบาท มีส่วนช่วยประคองกำลังซื้อและแรงส่งทางเศรษฐกิจได้ดี ทำให้ประมาณการ GDP ปีนี้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 2.3% ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุดในตลาด และเป็นสัญญาณว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังมีความแข็งแรงกว่าที่เคยประเมินไว้ 

ส่วนตัวชี้วัดอื่นยังเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อเดือนล่าสุดที่ออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้มาก ทำให้แนวโน้มเงินเฟ้อระยะต่อไปมีโอกาสลดลงตามไปด้วย สะท้อนว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพ และมีพื้นที่ให้ภาครัฐขับเคลื่อนมาตรการเศรษฐกิจต่อเนื่อง

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวกับภาคเอกชน และหน่วยงานเศรษฐกิจที่เข้าร่วมประชุม กรอ. ถึงการใช้ศักยภาพประเทศที่มีอยู่ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น เพราะจากการเดินทางไปพบภาคธุรกิจในหลายประเทศ นักลงทุนต่างชาติยังให้ความเชื่อมั่นประเทศไทยในระดับสูง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวในที่ประชุมว่า จากที่ได้นำคณะเดินทางไปหลายประเทศ สิ่งที่นักลงทุนต้องการให้ไทยเร่งปรับไม่ใช่เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เพราะไทยมีความพร้อมอยู่แล้ว แต่คือความรวดเร็วในการอนุมัติ การลดขั้นตอน และการอำนวยความสะดวกแบบ One Stop Service รัฐบาลจึงเร่งตอบโจทย์เรื่อง Facilitation ผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้มีนักลงทุนแสดงความสนใจเข้ามาลงทุนในไทยเกือบ 1 ล้านล้านบาท

นายกรัฐมนตรี ชี้ว่า จุดแข็งสำคัญของไทย 3 ด้าน ที่ต้องผลักดันเป็นแม่เหล็กดึงการลงทุน คือ ความมั่นคงทางอาหาร หรือ Food Security ระบบโลจิสติกส์ และความแข็งแกร่งของบริษัทไทยที่ออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเห็นว่าในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและความไม่แน่นอน ประเทศที่เป็นแหล่งผลิตอาหารจะมีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจสูงขึ้น ไทยจึงต้องยกระดับอาหารให้เป็นจุดแข็งเชิงยุทธศาสตร์

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน