ทรัมป์ลั่น ดีลหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านจบลงแล้ว ทำราคาน้ำมันดีดแรง 5.2%

ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นวันนี้ (8 ก.ค.) หลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านเพื่อตอบโต้เหตุเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตี ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว ส่งผลให้ตลาดกังวลเรื่องความปลอดภัยในการเดินเรือในเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 5.2% แตะที่ 74.13 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 5.2% แตะที่ 78.04 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นหลังจากปธน.ทรัมป์แถลงข่าวร่วมกับมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการ NATO ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี วันนี้ โดยทรัมป์ระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน “จบลงแล้ว” และมองว่าการพยายามเจรจาสันติภาพกับฝ่ายอิหร่านเป็นเรื่อง “เสียเวลา”

ก่อนหน้านี้ กองทัพสหรัฐฯ ระดมโจมตีอิหร่านเพื่อตอบโต้เหตุเรือพาณิชย์ 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตีเมื่อวันอังคาร (7 ก.ค.) ตามที่สหรัฐฯ เคยเตือนว่าหากอิหร่านมุ่งเป้าเรือขนส่งสินค้าจะต้องชดใช้อย่างหนัก

ทั้งนี้ สองประเทศเพิ่งตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนก่อน จนทำให้เรือพาณิชย์กลับมาเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้งหลังชะงักไปหลายเดือน

นอกจากนี้ สถานการณ์ยังตึงเครียดขึ้นเมื่อกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สั่งยกเลิกมาตรการผ่อนปรนการคว่ำบาตรที่เคยอนุญาตให้อิหร่านขายน้ำมันได้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์วันนี้ว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้เมื่อเดือนก่อนเพื่อยุติสงคราม

ขณะเดียวกัน ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม (Joint Maritime Information Center) ภายใต้การนำของสหรัฐฯ รายงานว่ามีเรือ 3 ลำถูกโจมตีในหรือใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันอังคาร พร้อมปรับระดับภัยคุกคามการเดินเรือเป็นระดับ “รุนแรง” (Severe) และเตือนว่าอิหร่านอาจก่อเหตุรุนแรงเพิ่มเติม

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์