ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ $75 หวั่นสงครามอิหร่านหนุนน้ำมันพุ่ง-เงินเฟ้อสูง

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (8 ก.ค.) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่โจมตีอิหร่านรอบใหม่ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น และทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 75 ดอลลาร์ หรือ 1.80% ปิดที่ 4,082.40 ดอลลาร์/ออนซ์

ปธน.ทรัมป์กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการนาโต ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี ในวันพุธว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว และเขาไม่สนใจที่จะเจรจาเพิ่มเติมกับอิหร่านอีกต่อไป นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์เตือนว่าสหรัฐฯ อาจจะโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ในคืนวันพุธ หลังจากอิหร่านก่อเหตุโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ

คำขู่ของปธน.ทรัมป์ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น และผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นด้วย ซึ่งการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันทำให้ตลาดกลับมาวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และกังวลว่าอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ดังจะเห็นได้จากรายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย.ซึ่งระบุว่า กรรมการเฟดมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ

ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 69% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 62% ในวันอังคาร

ด้านนักวิเคราะห์ของ Bank ​of America  ได้ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำเฉลี่ยในปี 2569 ลง 14% สู่ระดับ 4,360 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากมองว่าเฟดมีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายคุมเข้มทางการเงินมากขึ้น อย่างไรก็ตาม Bank ​of America ยังคงมองเห็นโอกาสที่ราคาทองคำจะแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ เมื่อวัฏจักรการคุมเข้มนโยบายการเงินสิ้นสุดลง

โดย รัตนา พงศ์ทวิช