ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE 100 ปิดร่วงหนักสุดในรอบเกือบ 2 เดือน กังวลตอ.กลางดันราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงหนักที่สุดในรอบวันนับตั้งแต่เดือนพ.ค. ในวันพุธ (8 ก.ค.) หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดที่อาจทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้ง และผลักดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้น

  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,489.04 จุด ลดลง 176.84 จุด หรือ -1.66%

ดัชนี FTSE 100 ร่วงลงรายวันที่หนักที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. โดยหุ้นมากกว่า 80% ในดัชนี FTSE 100 ปิดตลาดในแดนลบ

หุ้นเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวลง โดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยกดดันตลาดมากที่สุด ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานเป็นกลุ่มที่ช่วยพยุงตลาด

หุ้น BP และหุ้น Shell ปรับตัวขึ้น 3.5% และ 2.3% ตามลำดับ และเป็นหุ้นที่ปรับตัวโดดเด่นที่สุดในดัชนี FTSE 100 หลังหุ้นกลุ่มพลังงานได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นราว 8% เนื่องจากนักลงทุนกลับมากังวลว่าอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางอาจได้รับผลกระทบ

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าร่วงลง 7% หลังราคาทองคำปรับตัวลงมากกว่า 1% ท่ามกลางความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับเงินเฟ้อและแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Jet2 พุ่งขึ้น 8.2% หลังบริษัทท่องเที่ยวของอังกฤษเปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวมีความพร้อมที่จะตัดสินใจวางแผนการเดินทางมากขึ้น ภายหลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย

ส่วนหุ้น Vistry ร่วงลง 7.1% หลังผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยารายใหญ่ที่สุดของอังกฤษเตือนว่า บริษัทมีแนวโน้มขาดทุนก่อนหักภาษี 30 ล้านปอนด์ (40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในช่วงครึ่งปีแรก

ด้านหุ้น IG Group ร่วงลง 2.2% หลังแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์เสนอแผนจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งแห่งใหม่ในเกาะเจอร์ซีย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจบริษัทจัดหางานที่เผยแพร่ในวันพุธระบุว่า ภาวะชะลอตัวของตลาดแรงงานอังกฤษเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อยในเดือนมิ.ย. โดยการจ้างงานชั่วคราวและเงินเดือนเริ่มต้นของพนักงานใหม่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช