
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยรายงานประมาณการเศรษฐกิจฉบับล่าสุดระบุว่า แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ได้รับการปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 30 อันดับแรกของโลก ซึ่งเป็นหลักฐานที่ตอกย้ำว่า ยอดส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประเทศกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่งจนสามารถชดเชยผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้
IMF ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2569 ของเกาหลีใต้สู่ระดับ 2.6% จากเดิมที่ 1.9% ในเดือนเม.ย. พร้อมกับปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ในปี 2570 ขึ้นสู่ระดับ 2.5% จากเดิมที่ระดับ 2.1%
IMF ระบุว่า ความต้องการที่แข็งแกร่งจากต่างประเทศสำหรับสินค้ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์มีมากเกินพอที่จะชดเชยผลกระทบเชิงลบจากภาวะสงครามได้ ส่งผลให้เกาหลีใต้ก้าวขึ้นมาติดอันดับ 1 ใน 4 ประเทศผู้ส่งออกสุทธิฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกับไต้หวัน ไทย และมาเลเซีย
นอกจากนี้ IMF เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของเกาหลีใต้ขยายตัวในอัตรา 7.5% เมื่อเทียบเป็นรายปีในไตรมาสแรก ซึ่งสูงกว่าระดับ 1.8% ที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนเม.ย. เป็นอย่างมาก เนื่องจากยอดจัดส่งชิปและฮาร์ดแวร์ AI ที่แข็งแกร่งเข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบจากการที่ประเทศต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในปริมาณสูง
การปรับทบทวนตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับการประเมินใหม่ของธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ซึ่งในเดือนพ.ค. ได้ปรับเพิ่มแนวโน้ม GDP ปี 2569 ขึ้นสู่ระดับ 2.6% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 2.0% โดย BOK ระบุว่า ยอดส่งออกชิปที่แข็งแกร่งเกินคาด มาตรการกระตุ้นทางการคลัง และตลาดหุ้นที่คึกคัก เป็นปัจจัยที่เข้ามาช่วยชดเชยแรงกดดันจากราคากลางพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างเต็มที่
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช





