ภาวะตลาดหุ้นไทย:แนวโน้มดัชนีเช้าลุ้นรีบาวด์ Sentiment ตปท.บวกหุ้นเทคฯโลกฟื้น จับตาศาลรัฐธรรมนูญวันนี้

นักวิเคราะห์ฯ เผยหุ้นไทยเช้านี้ดัชนีมีโอกาสรีบาวด์หลังเมื่อวานลงแรงตามกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และ วิตกสงครามตะวันออกกลางกลับมารุนแรง อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคฯ เริ่มฟื้น แนะจับตาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ให้แนวรับ 1,570 จุด ถัดไป 1,550 จุด และแนวต้าน 1,595-1,600 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย [SET.X] กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสเด้งขึ้นหลังจากเมื่อวานลงไปหนักถูกกดดันจากกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ตามบรรยากาศการลงทุนโลก หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาปะทุความรุนแรง อย่างไรก็ตาม ท่าทีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้ส่งสัญญาณทำสงครามเต็มรูปแบบ ทำให้ตลาดผ่อนคลายลงบ้าง

โดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับตลาด Nasdaq ปิดเคลื่อนไหวในแดนบวก เป็น Sentiment บวกต่อหุ้นเทคฯ แม้ราคาน้ำมันยังสูงขึ้น ตามสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ซึ่งล่าสุดสหรัฐฯ ยังมีการโจมตีอยู่ โดยยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะทิศทางราคาน้ำมัน

วันนี้แนะติดตาม ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มองเป็นกลางหรือเป็นบวก หากผ่านหนุนตลาดรีบาวด์ได้

ประเมินกรอบแนวรับ 1,570 จุด ถัดไป 1,550 จุด และแนวต้าน 1,595 – 1,600 จุด

ปะเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (8 ก.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 52,348.39 จุด ลดลง 576.76 จุด หรือ -1.09%  , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่  7,482.71 จุด ลดลง 21.14 จุด หรือ -0.28%  และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,870.65 จุด เพิ่มขึ้น 51.96 จุด หรือ +0.20% 

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ[NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ  67,046.37 จุด เพิ่มขึ้น 227.32 จุด หรือ +0.34%  , ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ  24,181.34 จุด ลดลง 18.12 จุด หรือ -0.07%   และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,977.55 จุด เพิ่มขึ้น 6.67 จุด หรือ +0.17%    ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดพุ่งขึ้น 2.92%  

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (8 ก.ค. ) 1,576.25 จุด ลดลง 27.88 จุด (-1.74%) ด้วยมูลค่าซื้อขาย 97,962.50  ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (8 ก.ค.)  3,232.25  ล้านบาท

–  ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. (8 ก.ค.) เพิ่มขึ้น 3.08 ดอลลาร์ หรือ 4.37% ปิดที่ 73.52  ดอลลาร์/บาร์เรล 

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (8 ก.ค.) อยู่ที่ 16.35 ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 33.52 อ่อนค่าสุดรอบเกือบ 14 เดือน ลุ้นมติศาล พ.ร.ก.กู้เงินฯ

– ทรัมป์กร้าวข้อตกลงหยุดยิง ‘จบแล้ว’ พร้อมขู่โจมตีอิหร่านอีกหลัง 2 ฝ่ายแลกหมัดกันมายกหนึ่งเมื่อวันอังคาร ซึ่งทำให้น้ำมันโลกพุ่งพรวด สื่อรายงานกอง ทัพสหรัฐฯ ปลดปล่อยการโจมตีระลอกใหม่เล่นงานอิหร่านในวันอังคาร (7 ก.ค.) และถอนใบอนุญาตที่เปิดทางให้เตหะรานขายน้ำมัน ตอบโต้กรณีที่เรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำ ถูกเล่นงานในช่องแคบฮอร์มุซ ถาโถมแรงกดดันใส่ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอยู่ก่อนแล้ว 

– “เอกนิติ” สั่งเลขา ก.ล.ต. เร่งติดตามกรณี “สุภาพร พิมพ์พงษ์” บุคคลปริศนาผู้ถือหุ้นรายใหญ่หลายบริษัทในไทยตลาดหุ้นไทย ย้ำต้องทำเรื่องนี้ ให้เกิดความโปร่งใสให้ได้ หวั่นกระทบ เชื่อมั่น ตลท. ผนึก ก.ล.ต. เร่งสอบ ปมร้อนรายงานหุ้น “สุภาพร” สั่ง “ทีเอสดี” ตรวจสอบความถูกต้อง ย้ำหน้าที่รายงาน 246-2 เป็นของผู้ลงทุน พร้อมดีเดย์เกณฑ์ใหม่ “ปิดสมุดออโต้” ทุกสิ้นเดือน หากเปลี่ยนแปลงนัยสำคัญ “ศุภชัย” ตอกปมบุคคลปริศนาโผล่ถือ “หุ้นทรู” 7% ซัดแรง “ข่าวเพี้ยน” โบ้ยให้ไปถาม ก.ล.ต. 

– “จรีพร” ซีอีโอ WHA Group เร่งรัฐบูรณาการ 4 กระทรวง “มหาดไทย-อุตสาหกรรม-พาณิชย์-ทส.”เข้มงวดบังคับใช้กฎหมาย สกัดกว้านซื้อที่ดินตั้งสวนอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย พร้อมปราบปรามนอมินี เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย สร้างความเชื่อมั่น นักลงทุนคุณภาพระยะยาว ชี้ไม่เป็นธรรมกับผู้ลงทุนตามกฎหมายที่ต้นทุนสูงกว่า 

– รัฐบาลจ่อรื้อสัญญาซื้อไฟโซลาร์ และพลังงานลม เลิกต่อสัญญาอัตโนมัติ หั่นราคารับซื้อเหลือ 2.16 บาทเท่าโซลาร์ชุมชน ทั้งกลุ่ม โรงไฟฟ้าครบสัญญา 25 ปี และกลุ่มยังไม่ครบสัญญาแต่คุ้มทุนแล้ว เตรียมชง กพช.แก้มติเดิมก่อนให้ 3 การไฟฟ้าทำสัญญาใหม่ หวังหั่นค่า FT พร้อมตั้งอนุกรรมการดูความเหมาะสมสัญญา โรงไฟฟ้า IPP เล็งทบทวนค่าความพร้อมจ่าย 

– “ครม.อนุทิน” ลุ้น! ศาล รธน.ลงมติชี้ขาด “พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน” ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ “ปชน.” วาง 2 ฉากทัศน์ ชี้รุนแรงสุด กม.ไม่ผ่าน นายกฯ ควรลาออก

– ‘เอกนิติ’ รับราคาน้ำมันยังผันผวน หลังสงครามสหรัฐอิหร่านปะทุอีกรอบ ยืนยันไทยต้องเร่งแก้ปมประเทศนำเข้าน้ำมัน ชี้เป็นจุดอ่อนสำคัญทำเศรษฐกิจไทยสะเทือน หนุนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ด้านนายแบงก์มองดอกเบี้ย 1% เหมาะสม 

– ส.อ.ท.เผยดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย.2569 ฟื้นตัวในรอบ 4 เดือนอยู่ที่ระดับ 88.2 รับแรงหนุนไทยช่วยไทยพลัส-ราคาพลังงานลด/บอร์ดบีโอไออนุมัติหนุนการลงทุน 9 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 66,000 ล้าน 

– บอร์ดบีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ 9 โครงการ มูลค่ารวม 66,320 ล้านบาท ครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหาร ขนส่งทางอากาศ วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล และพลังงานหมุนเวียนซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ สร้างงานที่มีคุณค่า และเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 

– ธปท.ชี้ แม้เศรษฐกิจโดยรวม ดีกว่าคาด แต่เอสเอ็มอียังเปราะบางสูง พบหนี้เสีย ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่สินเชื่อหดตัวต่อ จากความเสี่ยงด้านเครดิตพุ่ง  

*หุ้นเด่นวันนี้

– STA (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 22 บาท ระยะสั้นคาดได้ Sentiment บวกจากความเสี่ยงสงครามกลับมาปะทุคาดหนุนกลุ่ม Commodity ฟื้นตัว แนวโน้มกำไรไตรมาส 2/69 โตทั้ง q-q, y-y จากปริมาณขายและราคายางขึ้นมาต่อ ช่วยหนุนกาไรฟื้น q-q และพลิกจากขาดทุน y-y  ภาพระยะกลาง-ยาวผลผลิตยางไทยและยางโลกจะทยอยลด คาดหนุนราคายังยืนสูงเหนือ 200 เซนต์/กก. และมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ส่วนโอกาสเกิด Super El Nino คาดเป็นอีกปัจจัยหนุน

– PTTEP: (กสิกรไทย)  ราคาพื้น ฐาน 152 บาท  ตะวันออกกลางกลับมารุนแรงอีกครั้งหนุนราคาน้ำมันดิบโลกปรับขึ้นคาดส่งผลเชิงบวกระยะสั้นต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ  คาดกำไรไตรมาส 2/69 ทำจุดสูงสุดของปีที่ 2.66 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 97% YoY และ 125% QoQ จาก ASP ที่สูงขึ้น ปริมาณขายเพิ่มขึ้น และการพลิกกลับมามีกำไรจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน คาดเงินปันผลระหว่างกาล 1H69 อยู่ที่ 4.5–4.8 บาท/หุ้นซึ่งอาจช่วยหนุนราคาหุ้น ได้  3–10% ในระยะสั้น แต่ราคาหุ้น อาจกลับมาอ่อนตัวตามปัจจัยพื้นฐานของราคาน้ำมันดิบที่อ่ อนแอลง

–  ADVANC (คิงส์ฟอร์ด) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 380 บาท กำไรไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 13,496 ลบ. (+28%YoY , -6%QoQ) อ่อนตัว QoQ จากรายการพิเศษบวกในไตรมาส 4/68 ขณะที่ YoY โตได้ดีจาก รายได้ +3%YoY และมาร์จิ้นดีขึ้นหลังสิ้นสุดสัญญา 2100 MHZ กับ NT ส่วนไตรมาส  2/69 คาดมีโอกาสอ่อนตัวต่อ QoQ ตามฤดูกาล แต่ยังเป็นบวกต่อเนื่อง YoY รวมถึงการใช้ Data ที่คาดสูงขึ้นช่วงบอลโลก และกำลังซื้อในประเทศกดดันน้อยลงจากม.ช่วยเหลือของภาครัฐฯและราคาน้ำมันลดลง ยังมองน่าสนใจจากเป็นหุ้นจ่ายปันผลสม่ำเสมอ (ไม่รวมปันผลพิเศษ) Dividend Payout Ratio ในโซน 80%/ Dividend Yield ในโซน 3-5% รับความผันผวนของตลาดได้ดี ภาพระยะยาวมีมุมมองบวกต่อธุรกิจใหม่ร่วมกับพันธมิตร Data Center, Cloud, Virtual Bank 

โดย วรินทร ศิรินอก / เสาวลักษณ์ อวยพร