
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (9 ก.ค.) เนื่องจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นหลังจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 68,180.55 จุด พุ่งขึ้น 1,361.50 จุด หรือ +2.04%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 24,011.03 จุด ลดลง 188.43 จุด หรือ -0.78%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,952.49 จุด ลดลง 18.39 จุด หรือ -0.46%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.23%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดลง 0.6%
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้ง หลังจากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ทำการโจมตีอิหร่านเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันพุธ (8 ก.ค.) เพื่อบั่นทอนขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเสรีภาพของการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
การดำเนินการดังกล่าวของ CENTCOM เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการนาโต ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี ในวันพุธว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว และความพยายามในการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านถือเป็นเรื่องเสียเวลา
สถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าวส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. ปรับตัวขึ้น 1.03% สู่ระดับ 78.82 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงเช้านี้ และราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. ปรับตัวขึ้น 1.06% แตะระดับ 74.29 ดอลลาร์/บาร์เรล
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียวันนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 1% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 1.2% ในเดือนพ.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.1%
ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 1% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ชะลอลงเล็กน้อยจากเดือนพ.ค.ที่เพิ่มขึ้น 1.1%
ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดราคาสินค้าหน้าประตูโรงงาน พุ่งขึ้น 4.1% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และสูงกว่าในเดือนพ.ค.ที่เพิ่มขึ้น 3.9%
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





