มูดี้ส์เผยอันดับเครดิตญี่ปุ่นยังมีเสถียรภาพ แนะรัฐบาลสร้างวินัยการคลังที่ชัดเจน 

มาร์ติน เพตช์ รองประธานฝ่ายประเมินความเสี่ยงด้านหนี้สาธารณะของมูดี้ส์ เรตติ้งส์ (Moody’s Ratings) กล่าวว่า แม้แผนการใช้จ่ายมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ของรัฐบาลญี่ปุ่นได้สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดพันธบัตรและตลาดปริวรรตเงินตราภายในประเทศ แต่ก็ยังไม่ได้ทำให้มุมมองความน่าเชื่อถือที่มูดี้ส์มีต่อญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงไป อย่างน้อยก็ในตอนนี้

เพตซ์มองว่า อันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่นค่อนข้างมีเสถียรภาพในขณะนี้ พร้อมกับกล่าวว่า ความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ของญี่ปุ่นอยู่ในระดับที่มีความสมดุลมาก

ทั้งนี้ มูดี้ส์ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่นไว้ที่ระดับ A1 ซึ่งเป็นอันดับน่าลงทุนสูงสุดเป็นอันดับ 5 พร้อมกับให้แนวโน้มมีเสถียรภาพ 

เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายนี้ของมูดี้ส์ยังไม่ได้ส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับทิศทางการคลังของรัฐบาลญี่ปุ่น แต่เขามองว่าญี่ปุ่นมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับร่างแผนงานของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ในการลงทุนกว่า 370 ล้านล้านเยน (ประมาณ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในระบบเศรษฐกิจตลอดระยะเวลา 14 ปี

นอกจากนี้ เขากล่าวว่าการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือจะมีความเป็นไปได้มากขึ้น หากรัฐบาลญี่ปุ่นหันเหออกจากจุดยืนในการสร้างความแข็งแกร่งทางการคลังอย่างมีนัยสำคัญ โดยสัญญาณเตือนประการหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นคือการที่ญี่ปุ่นหันไปให้ความสำคัญมากขึ้นกับรายจ่ายประจำที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะสั้น แทนที่จะใช้มาตรการที่สอดคล้องกับวินัยทางการคลังในระยะยาว

การแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่มูดี้ส์มีขึ้นหลังจากคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิได้เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนเมื่อไม่นานนี้ โดยกลยุทธ์ดังกล่าวกำหนดให้มีการลงทุนจากทั้งภาคเอกชนและภาครัฐรวมกันกว่า 370 ล้านล้านเยนในช่วงระยะเวลา 14 ปี ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมี.ค. 2584 โดยมีการจัดสรรงบประมาณ 101.6 ล้านล้านเยนสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และชิปโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ทาคาอิจิยังได้ตั้งเป้าเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่เป็นตัวเงิน (Nominal GDP) ของญี่ปุ่นขึ้นสู่ระดับ 1,100 ล้านล้านเยน (ประมาณ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ควบคู่ไปกับการลงทุนรายปีในภาคเอกชนที่ระดับ 230 ล้านล้านเยน ภายในปีงบประมาณที่เริ่มต้นในเดือนเม.ย. 2583

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข