
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพลิกร่วงลงกว่า 1% ในวันนี้ หลังพุ่งขึ้นในช่วงแรกตอบรับข่าวการโจมตีของสหรัฐต่ออิหร่าน ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง
ณ เวลา 22.13 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. ลบ 1.16 ดอลลาร์ หรือ 1.56% สู่ระดับ 72.36 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. ลบ 1.10 ดอลลาร์ หรือ 1.41% สู่ระดับ 76.91 ดอลลาร์/บาร์เรล
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า สหรัฐได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ เพื่อตอบโต้ต่อการที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ส่งสัญญาณว่า เขาไม่สนใจที่จะเจรจาทำข้อตกลงกับอิหร่านอีกต่อไป หลังระบุก่อนหน้านี้ว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว
รายงานจากธนาคาร Saxo ระบุว่า “ขณะนี้ตลาดจำเป็นต้องกลับมาประเมินความเสี่ยงอีกครั้งว่า การโจมตีเรือเสินค้าที่กลับมาเกิดขึ้นอีก และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่เลวร้ายลง อาจกระทบต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”
Saxo ยังระบุเพิ่มเติมว่า เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก ดังนั้นแม้การหยุดชะงักจะเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อราคาน้ำมันสำหรับการส่งมอบในระยะใกล้ และต่อต้นทุนค่าระวางขนส่ง รวมทั้งกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาด
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





