GCAP GOLD ชี้ราคาทองระยะสั้นยังผันผวน ลุ้นฝ่าแนวต้าน $4,300 พลิกสู่แนวโน้มขาขึ้น

GCAP GOLD ประเมินราคาทองคำระยะสั้น ยังผันผวนในกรอบการฟื้นตัว แนะจับตาการรายงาน Fed Minutes และตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยและนโยบายการเงิน ชี้ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ยังตึงเครียด หากราคาทองคำฝ่าด่าน 4,250-4,300 ดอลลาร์ได้ อาจพลิกเป็นขาขึ้น พร้อมเปลี่ยนเทรนด์รอบใหม่

น.ส.อารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) เปิดเผยว่า ราคาทองคำเปิดสัปดาห์นี้ด้วยสัญญาณบวก หลังตลาดเริ่มมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจไม่มีความจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องซื้อขายอย่างระมัดระวัง เพื่อรอแรงกระตุ้นสำคัญจากการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC (Fed Minutes) ในการดูทิศทางเงินเฟ้อ หากเฟดยังคงเข้มงวด ดอลลาร์อาจพลิกมาแข็งค่าซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อทิศทางทองคำระยะสั้น

ทั้งนี้ นอกจาก Fed Minutes แล้ว ยังมีประเด็นเศรษฐกิจที่นักลงทุนต้องติดตาม ทั้งดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการ รวมถึงตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญชี้ชะตาดอกเบี้ยเฟด ซึ่งหากตัวเลขออกมาแกร่งเกินคาด ส่งผลให้ตลาดอาจกลับมาให้น้ำหนักกับการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ดอลลาร์พุ่ง จะกดดันราคาทองคำอาจมีย่อในระยะสั้น ในทางกลับกัน หากตัวเลขเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว อาจจะเพิ่มความผ่อนคลายนโยบายการเงิน และการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะหนุนราคาทองคำทะยานขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ

ด้านปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ GCAP GOLD ประเมินว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ยังคงมีความเปราะบางสูง แม้จะมีความพยายามเดินหน้าเจรจา แต่ความตึงเครียดได้กลับมารุนแรงขึ้น หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีและระงับสิทธิการขายน้ำมันของอิหร่าน ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของการขนส่งพลังงานโลกยังคงอยู่

หากความขัดแย้งยกระดับจนผลักดันเงินเฟ้อให้เร่งตัวขึ้น อาจเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้น ผ่านมุมมองดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูงต่อไป อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวความไม่แน่นอนนี้จะยิ่งตอกย้ำคุณค่าของทองคำ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่มั่นคง

ฝ่ายวิเคราะห์ GCAP GOLD ประเมินกลยุทธ์การลงทุนว่า ราคาทองคำเริ่มส่งสัญญาณรีบาวด์ และเคลื่อนไหวในกรอบฟื้นตัว โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 4,250-4,300 ดอลลาร์ (ราคาทองคำไทยประมาณ 66,800-67,500 บาท) ซึ่งหากสามารถทะลุและยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ จะเป็นการยืนยันการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,125 ดอลลาร์ และ 4,065 ดอลลาร์ (ราคาทองคำไทยประมาณ 64,900-64,000 บาท) ซึ่งมองเป็นจังหวะพักฐานเพื่อสะสม

ดังนั้น นักลงทุนระยะสั้น แนะนำใช้จังหวะย่อตัวเข้าซื้อ และทยอยแบ่งขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน ส่วนผู้ลงทุนระยะกลาง-ระยะยาว สามารถใช้ช่วงการอ่อนตัวเป็นโอกาสทยอยสะสมทองคำเพิ่ม โดยยังต้องติดตามรายงานการประชุม Fed Minutes และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะต่อไป

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์