
ธนาคารกสิกรไทย [KBANK] ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 13-17 ก.ค. 2569 มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 33.00-33.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสของประธานเฟด
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีกยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ดัชนีราคาส่งออก/นำเข้า และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนก.ค. รายงาน Beige Book ของเฟด และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลจีดีพีไตรมาส 2/2569 และตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมิ.ย. ของจีน (อาทิ ตัวเลขการส่งออก การผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก) และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิ.ย. ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนที่ 33.54 ก่อนฟื้นตัวกลับมาในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ กลับมาเผชิญแรงขายอีกครั้ง เนื่องจากตลาดคลายความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางลงบางส่วน หลัง ปธน. ทรัมป์ เปิดเผยว่า อิหร่านต้องการที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ เงินเยนที่แข็งค่าขึ้น (หลังรมว. คลังของญี่ปุ่นเรียกร้องให้กองทุนบำนาญเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ภายในประเทศ) ก็เป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนสกุลเงินเอเชียและเงินบาทด้วยเช่นกัน
ในวันศุกร์ที่ 10 ก.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.14 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (3 ก.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 6-10 ก.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่องที่ 15,730.52 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 22,732 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 21,626 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 1,106 ล้านบาท)





