ผอ. IEA ชี้ยุโรปตามหลังโลกเรื่องไฟฟ้า เตือนกระทบเศรษฐกิจ

ฟาทีห์ บิรอล ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่า ยุโรปทำผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ไม่สามารถลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนำเข้าได้รวดเร็วเพียงพอนับตั้งแต่เกิดวิกฤตพลังงานในปี 2565 ตามการรายงานของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ (FT) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (11 ก.ค.)

ผอ. IEA กล่าวว่า สัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าของยุโรปที่ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ กำลังบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันและอธิปไตยทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

ปัจจุบัน ไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนราว 23% ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายใน EU ใกล้เคียงกับสหรัฐฯ ทั้งที่ยุโรปพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลมากกว่ามาก

บิรอลระบุว่า ยุโรปควรดำเนินมาตรการอย่างเด็ดขาดมากกว่านี้ หลังเผชิญวิกฤตก๊าซในปี 2565 และจำเป็นต้องเร่งเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้า

ทั้งนี้คาดว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) จะเปิดเผยมาตรการชุดใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อเร่งการใช้พลังงานไฟฟ้าทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งจะรวมถึงการส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกลดภาษีไฟฟ้า และออกมาตรการจูงใจให้ครัวเรือนหันมาใช้ปั๊มความร้อน รถยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีสีเขียวอื่น ๆ

นอกจากนี้ ผอ. IEA ยังเตือนว่า ข้อจำกัดของโครงข่ายไฟฟ้ายังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่าน แม้ EU จะติดตั้งกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ 85 กิกะวัตต์ในปีที่ผ่านมา แต่โครงการพลังงานหมุนเวียนที่ก่อสร้างแล้วเสร็จรวมราว 600 กิกะวัตต์ ยังคงรอการเชื่อมต่อเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้า

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปนัยดา ปัทมโกวิท