
กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านแถลงในวันนี้ (13 ก.ค.) ว่า อิหร่านไม่เคยละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่ลงนามร่วมกับสหรัฐอเมริกา พร้อมระบุว่าความล้มเหลวในการปฏิบัติตามข้อตกลงทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลวอชิงตันแต่เพียงฝ่ายเดียว หลังเกิดเหตุการณ์โจมตีตอบโต้กันครั้งล่าสุดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ
เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า อิหร่านไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มต้นละเมิดข้อผูกพันใด ๆ และขอกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า อิหร่านแสดงความละเอียดรอบคอบและความจริงจังในการเจรจาทุกครั้งที่ผ่านมา ในทางกลับกัน ฝ่ายที่ละเมิดข้อตกลงอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดคือฝั่งอเมริกา
นอกจากนี้ บากาอียังยืนยันด้วยว่า อิหร่านยังคงเดินหน้าเจรจาร่วมกับประเทศตัวกลางอย่างกาตาร์ ปากีสถาน และโอมาน เพื่อป้องกันไม่ให้สงครามกับสหรัฐฯ ยกระดับความรุนแรง
“บทบาทของประเทศตัวกลางในเวลานี้คือการสานต่อความพยายามของพวกเขาเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ความตึงเครียดรุนแรงขึ้น” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าว
ถ้อยแถลงของโฆษก กต. อิหร่านมีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดจากการตอบโต้ด้วยอาวุธรอบใหม่ระหว่างทั้งสองประเทศ โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ยืนยันในวันนี้ว่า ได้โจมตีฐานทัพของสหรัฐอเมริกาที่ตั้งอยู่ในประเทศจอร์แดน บาห์เรน และคูเวต เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ที่โจมตีหลายพื้นที่ตามแนวชายฝั่งของอิหร่าน
โดยก่อนหน้านั้น กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงผ่านแพลตฟอร์ม X ในคืนวันอาทิตย์ว่า “ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว” โดยมีเป้าหมายคือระบบป้องกันภัยทางอากาศ สถานีเรดาร์ตามแนวชายฝั่ง รวมถึงขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน
โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท




