
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นในวันนี้ หลังการสู้รบระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่านส่งผลกระทบต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่าอุปทานน้ำมันอาจหยุดชะงัก
ณ เวลา 19.42 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. บวก 2.85 ดอลลาร์ หรือ 3.99% สู่ระดับ 74.26 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. บวก 3.10 ดอลลาร์ หรือ 4.08% สู่ระดับ 79.11 ดอลลาร์/บาร์เรล
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) รายงานว่า กองทัพสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่เมื่อวันอาทิตย์ หลังจากโจมตีเป้าหมาย 140 แห่งเมื่อวันเสาร์ โดยเป็นการตอบโต้ต่อการที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) โจมตีเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งที่กำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
สำนักข่าว Tasnim ของทางการอิหร่านรายงานว่า อิหร่านทำการตอบโต้ในวันอาทิตย์ด้วยการโจมตีฐานทัพของสหรัฐในจอร์แดน คูเวต บาห์เรน และโอมาน
ทั้งนี้ IRGC ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่กองทัพสหรัฐโต้แย้งคำกล่าวอ้างดังกล่าว โดยระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดให้เรือทุกลำที่มีสิทธิเดินเรือโดยชอบด้วยกฎหมายสามารถผ่านได้ตามปกติ
นายเดวิด ไฟฟ์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของอาร์กัส กล่าวว่า ปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ชะลอตัวลงอย่างมาก หลังเกิดการโจมตีระลอกใหม่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
“จากข้อมูลทั้งหมดที่เรามี ในช่วงสองวันที่ผ่านมา จำนวนเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียงหลักหน่วยต่อวัน เมื่อเทียบกับช่วงต้นสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมีเรือบรรทุกน้ำมันและเรือขนส่งสินค้าเทกองประมาณ 30-40 ลำต่อวัน” นายไฟฟ์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับรายการ Europe Early Edition ของสำนักข่าว CNBC
“สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการขนส่งน้ำมัน และนับตั้งแต่เกิดสงครามในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เราได้เห็นการลดลงของปริมาณน้ำมันสำรองอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ไม่ได้รับความสนใจมากนัก นั่นคือรัสเซียได้ระงับการส่งออกน้ำมันดีเซลสู่ตลาดโลก”
นายไฟฟ์กล่าวเสริมว่า ปัจจัยทั้งหมดมีแนวโน้มที่จะผลักดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





