สหรัฐฯ ถล่มอิหร่านวันที่สามตามคำสั่งทรัมป์ ขณะอิหร่านยิงเรือ UAE มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่สามติดต่อกันในวันจันทร์ (13 ก.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐฯ จะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมการเดินเรือของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย และจะรับประกันว่าเส้นทางเดินเรือเชิงยุทธศาสตร์นี้จะยังคงเปิดอยู่ โดยจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้เริ่มเปิดฉากโจมตีอิหร่านตามคำสั่งของปธน.ทรัมป์ ทันทีหลังจากที่ปธน.ทรัมป์กล่าวในรายการ “Hugh Hewitt Show” ว่า อิหร่านจะถูกโจมตี “อย่างรุนแรงมากในคืนนี้ และเราจะโจมตีพวกเขาอย่างรุนแรงในวันพรุ่งนี้ และไม่มีสิ่งใดเลยที่พวกเขาจะทำเพื่อตอบโต้ได้”

หลังจากนั้นไม่นาน กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดเผยว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของ UAE จำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือมอมบาซา (Mombasa) และเรืออัล บาฮิยาห์ (Al Bahiyah) ขณะเรือกำลังแล่นผ่านช่องทางใต้ของช่องแคบฮอร์มุซในน่านน้ำของโอมาน ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 8 ราย

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบน TruthSocial ในวันจันทร์ว่า สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และปฏิบัติภารกิจในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือในอัตรา 20%

เนื้อหาบนโพสต์ของปธน.ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า “ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดอยู่ และจะเปิดต่อไป ไม่ว่าอิหร่านจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม เราจะกลับมาบังคับใช้ “มาตรการปิดล้อมอิหร่าน” อีกครั้ง ที่เรียกเช่นนี้เพราะมาตรการดังกล่าวจะขัดขวางเฉพาะเรือของอิหร่าน หรือเรือของลูกค้าอิหร่าน ไม่ให้เข้าออกช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนประเทศอื่น ๆ ทั้งหมดจะยังคงสามารถใช้ช่องแคบแห่งนี้ได้อย่างเสรีและเป็นธรรม”

“นับจากนี้เป็นต้นไป สหรัฐอเมริกาจะเป็นที่รู้จักในฐานะ “ผู้พิทักษ์ช่องแคบฮอร์มุซ” และเพื่อความเป็นธรรม สหรัฐฯ ควรได้รับการชดเชยค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ซึ่งมีความผันผวนและเปราะบางแห่งนี้ โดยสหรัฐฯ จะเรียกเก็บในอัตรา 20% ของมูลค่าสินค้าทั้งหมดที่มีการขนส่ง เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จำเป็นในการดำเนินภารกิจดังกล่าว”

ด้านกองบัญชาการทหารร่วมสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่า สหรัฐฯ ไม่มีบทบาทใด ๆ ในการกำหนดอนาคตของช่องแคบฮอร์มุซ และอิหร่านจะไม่ปล่อยให้สหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซง

ขณะที่อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า อิหร่านคือผู้พิทักษ์ช่องแคบแห่งนี้และจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป พร้อมกับกล่าวตอบโต้คำพูดของปธน.ทรัมป์ว่า “แน่นอนว่าการเรียกเก็บค่าผ่านทาง 20% นั้นมากเกินไป เราจะให้ความเป็นธรรมเอง”

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์