
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไฟเขียวไม่นำเกณฑ์สิทธิลดหย่อนพ่อแม่ และหนี้เกษตรกร มาใช้เป็นเกณฑ์บัตรสวัสดิการ ปี 2569 พร้อมเพิ่มกลุ่มเปราะบางที่ยังตกหล่นอีก 5.4 ล้านคน เข้าสู่กระบวนการคัดกรอง
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบข้อเสนอเพิ่มเติมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. ไม่นำเกณฑ์คุณสมบัติของบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนกรณีบิดา-มารดาของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดา-มารดามาใช้ รวมทั้งในการพิจารณาเกณฑ์คุณสมบัติกรณีมีวงเงินสินเชื่อรวม 100,000 บาทนั้น จะไม่นับรวมวงเงินสินเชื่อเพื่อการเกษตรกรรม
2. เพิ่มเติมกลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ ปี 2569 โดยนำกลุ่มเปราะบาง ที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 5.4 ล้านคน ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ได้สำรวจพบในช่วงการลงพื้นที่ลงทะเบียน (ระหว่างวันที่ 4 – 21 มิ.ย.69) เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติตามขั้นตอนต่อไป จากเดิมที่มีจำนวนกลุ่มเป้าหมายอยู่แล้ว 13.2 ล้านคน
3. กำหนดให้ผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 เริ่มใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ดังนี้
– ผู้มีบัตรฯ รายเดิม เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
– ผู้ได้รับบัตรฯ รายใหม่ เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดรับกับการได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐในโครงการอื่น ๆ

โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เมื่อรวมกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดจะอยู่ที่ราว 18.8 ล้านคน โดยคณะกรรมการประชารัฐฯ จะนำกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดนี้ ไปตรวจสอบคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่ทบทวนข้างต้น และจะประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติในวันที่ 17 ก.ค.69 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ผ่าน 4 ช่องทาง ดังนี้
– เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th (หรือ https://welfare.mof.go.th)
– แอปพลิเคชันเป๋าตัง
– แอปพลิเคชันทางรัฐ
– หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง (ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), และ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
โฆษกกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า แม้กระทรวงการคลัง จะมีการตั้งงบประมาณสำหรับการดำเนินโครงการไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นกระบวนการตามปกติในการจัดทำงบประมาณ แต่หากภายหลัง พบว่ามีจำนวนผู้ผ่านเกณฑ์เพิ่มมากขึ้นที่จะได้สิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐบาลก็สามารถบริหารจัดการงบประมาณได้ โดยไม่ได้ยึดเรื่องงบประมาณเป็นตัวตั้ง ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางที่เดือดร้อนจริง และยากจนจริง ได้รับความช่วยเหลือและเข้าถึงสวัสดิการต่าง ๆ จากภาครัฐได้โดยไม่ตกหล่น
ส่วนประชาชนรายใดที่ไม่ได้รับการประกาศรายชื่อให้เป็นผู้ผ่านคุณสมบัติที่จะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น คณะกรรมการประชารัฐฯ จะมีการแจ้งรายละเอียดให้ทราบว่าไม่ผ่านเกณฑ์ในเรื่องใด และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามายื่นขอทบทวนสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.-31 ก.ค.69
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน





