
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์ตลาดน้ำมัน สัปดาห์วันที่ 13-17 ก.ค. 69 และแนวโน้มสัปดาห์วันที่ 20-24 ก.ค. 69 โดยสหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมาโจมตีตอบโต้กันอีกครั้ง กระทบการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันเฉลี่ยรายสัปดาห์ (หน่วย: ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล)
- น้ำมันดิบเบรนท์ (ICE Brent): 75.30 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.98
- น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสฯ (NYMEX WTI): 71.20 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.82
- น้ำมันดิบดูไบ (Dubai): 68.15 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.31
- เบนซินออกเทน 95: 97.84 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.19
- ดีเซล: 121.57 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 6.51
ปัจจัยสำคัญที่กระทบตลาด
- สหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาโจมตีตอบโต้อีกครั้ง โดยวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหาร 140 แห่งในอิหร่าน หลังอิหร่านโจมตีเรือคอนเทนเนอร์ M/V GFS Galaxy ติดธงสัญชาติไซปรัส ซึ่งแล่นในเส้นทางที่สหรัฐฯ กำหนดมิใช่ที่อิหร่านกำหนด
- ด้านอิหร่านโจมตีไปยังฐานทัพสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย อาทิ กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน คูเวต โอมาน และจอร์แดน รวมถึงแหล่งขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่งของคูเวต ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซยังเปิดอยู่ และยังมีเส้นทางบริเวณฝั่งโอมานที่เรือสามารถใช้เดินทางได้ ซึ่งขัดกับอิหร่านที่ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ จนกว่าสหรัฐฯ จะยุติการโจมตี
- ส่วนโรงกลั่นอิสระที่มณฑลซานตงของจีน หันมาซื้อมันดิบจากอิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ แทนน้ำมันดิบของอิหร่าน ปริมาณสูงสุดที่ 20 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการซื้อน้ำมันจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่ไม่ถูกคว่ำบาตรครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางในเดือน มิถุนายน 2569 ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันของอิหร่านที่เรือลอยลำในทะเลเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 63 ล้านบาร์เรล
- ด้านนายกรัฐมนตรีอิรัก นาย Ali Faleh al-Zaidi ยืนยันว่าจะยังไม่ถอนตัวจาก OPEC แต่ต้องการให้กลุ่มเพิ่มโควตาการผลิตให้สอดคล้องกับกำลังการผลิตของประเทศที่ 4.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงกว่าโควตาที่ได้รับจัดสรรจากกลุ่มในปัจจุบันที่ 4.378 ล้านบาร์เรลต่อวัน





