
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (14 ก.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.31% แตะที่ระดับ 100.919
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 162.20 เยน จากระดับ 162.36 เยนในวันจันทร์ (13 ก.ค.) ขณะเดียวกันก็อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8092 ฟรังก์ จากระดับ 0.8141 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4067 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4151 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1423 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1387 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3382 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3360 ดอลลาร์
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 3.5% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.8% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.2% ในเดือนพ.ค. โดยการชะลอตัวของดัชนี CPI เดือนมิ.ย. มีสาเหตุมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวลงในเดือนดังกล่าว
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.8% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนพ.ค.
เครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า หลังการเปิดเผยดัชนี CPI นักลงทุนให้น้ำหนัก 83.4% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 58.3% ในวันจันทร์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ก่อนสิ้นปีนี้
ด้านเควิน วอร์ช ประธานเฟดได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันอังคาร โดยเขาให้คำมั่นว่าจะดำเนินนโยบายการเงินให้ถูกต้อง และเอาชนะเงินเฟ้อที่ได้สร้างความท้าทายให้กับเฟดมาโดยตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ เขาเชื่อว่าการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เฟื่องฟูจะช่วยหนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต จะปรับตัวขึ้น 6.2% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 6.5% ในเดือนพ.ค. และคาดว่าดัชนี PPI พื้นฐาน (CorePPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 5.2% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.9% ในเดือนพ.ค.
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูถ้อยแถลงวันที่สองของเควิน วอร์ช ประธานเฟดในวันนี้เช่นกัน โดยวอร์ชมีกำหนดแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา ในเวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 21.00 น.ตามเวลาไทย
โดย รัตนา พงศ์ทวิช





