ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด ลดความกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันอังคาร (14 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งช่วยลดการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่ยังอยู่ในระดับสูง ได้จำกัดช่วงบวกของตลาด

  • ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 642.10 จุด เพิ่มขึ้น 1.09 จุด หรือ +0.17%
  • ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,366.85 จุด เพิ่มขึ้น 2.20 จุด หรือ +0.03%
  • ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,147.03 จุด เพิ่มขึ้น 32.78 จุด หรือ +0.13%
  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,529.39 จุด เพิ่มขึ้น 31.10 จุด หรือ +0.30%

หุ้นกลุ่มวัสดุพื้นฐานพุ่งขึ้น 2.4% หลังจากราคาโลหะปรับตัวสูงขึ้นตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ภายหลังข้อมูลแสดงให้เห็นว่าเงินเฟ้อผู้บริโภคของสหรัฐฯ ชะลอตัวลงมากกว่าคาดในเดือนมิ.ย. เนื่องจากราคาพลังงานลดลง

นักเศรษฐศาสตร์ของ Commerzbank ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ข้อมูลเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. โดยรวมสะท้อนภาพที่ค่อนข้างเป็นบวก แม้ไม่ควรตีความจากรายงานเพียงฉบับเดียวมากเกินไป พร้อมมองว่าข้อมูลดังกล่าวช่วยยืนยันการประเมินว่าเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว

ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนักเพียงราว 10% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค. ลดลงจาก 35% ก่อนการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมองว่ามีโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% อีกหนึ่งครั้งภายในสิ้นปีนี้

สำหรับยุโรป ข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วที่สุดในเดือนก.ย. เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อยังคงมีอยู่

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในวันอังคาร หลังจากสหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านอีกครั้ง ขณะที่การโจมตีระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทำให้เกิดความกังวลต่อการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

หุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซของยุโรปปรับตัวขึ้น 1.3% ตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการปรับตัวลง 1.3%

สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นปัจจัยเสี่ยงล่าสุดที่บริษัทต่าง ๆ และนักลงทุนต้องนำมาพิจารณาในการประเมินภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มผลประกอบการของภาคธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี หลังจากเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ข้อตกลงในตะวันออกกลางเคยสร้างความหวังว่าความขัดแย้งจะยุติลง

BP เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าราคาน้ำมันและก๊าซที่แข็งแกร่ง การซื้อขายน้ำมันที่คึกคัก และค่าการกลั่นที่สูงขึ้น จะช่วยหนุนผลประกอบการไตรมาส 2 ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 2.3%

ด้านหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ SAP และ Capgemini ปรับตัวลง 2.8% และ 1.6% ตามลำดับ ท่ามกลางแรงขายหุ้นซอฟต์แวร์ทั่วโลก หลัง IBM เตือนว่ากระแสการลงทุนด้าน AI กำลังเบียดบังงบประมาณที่จัดสรรให้กับซอฟต์แวร์

หุ้น Ericsson ร่วงลง 12.6% หลังผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมจากสวีเดนรายงานยอดขายรายไตรมาสต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เล็กน้อย พร้อมเตือนว่าต้นทุนชิ้นส่วนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ฤดูกาลประกาศผลประกอบการของสหรัฐฯ เริ่มคึกคักในวันอังคาร โดยผลประกอบการของธนาคารขนาดใหญ่ในไตรมาส 2 ออกมาแข็งแกร่ง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มธนาคารยุโรปปิดบวก 0.8% ขณะที่หุ้นกลุ่มบริการทางการเงินเพิ่มขึ้น 1.2%

ส่วนฤดูกาลประกาศผลประกอบการของยุโรปก็จะเริ่มคึกคักในเร็ว ๆ นี้ โดยตลาดจับตาผลประกอบการของ ASML ที่จะประกาศในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจสะท้อนแนวโน้มอุปสงค์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช