
ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการบริหารของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่า เศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับความท้าทายครั้งใหม่ หากความขัดแย้งที่ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซตกอยู่ในภาวะชะงักงันไม่ได้รับการแก้ไขภายในไม่กี่สัปดาห์
บิโรลเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวนอกรอบการประชุม Aspen Security Forum ที่รัฐโคโลราโดของสหรัฐฯ ในวันพุธ (15 ก.ค.) ว่า ตลาดมีความวิตกกังวลและต้องรับมือกับความไม่แน่นอนครั้งใหญ่ อันเนื่องมาจากการโจมตีที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งคุกคามการขนส่งน้ำมัน ปุ๋ย ก๊าซธรรมชาติ และสินค้าอื่น ๆ ผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ
ทั้งนี้ บิโรลกล่าวว่า หากช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดต่อไป เศรษฐกิจทั่วโลกซึ่งรวมถึงประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ ตลอดจนประเทศกำลังพัฒนา และประเทศในเอเชีย อาจประสบกับความยากลำบากอีกครั้ง โดยระบุว่าไม่ใช่หลักเดือน แต่เป็นหลักสัปดาห์ ที่หลังจากนั้นช่องแคบฮอร์มุซจำเป็นต้องเปิดอย่างเต็มรูปแบบและไม่มีเงื่อนไข
แม้ว่าการหยุดชะงักของการส่งมอบพลังงานและวัตถุดิบจากอ่าวเปอร์เซียจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น แต่บิโรลมองว่า หลายประเทศ เช่น บังกลาเทศ ปากีสถาน และอินเดีย มีความเสี่ยงที่จะถูกตัดขาดจากอุปทานพลังงานเหล่านี้มากยิ่งกว่า
ปริมาณการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างเห็นได้ชัดในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากเรือหลายลำถูกโจมตี และสหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านอีกครั้ง ขณะที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นเส้นทางอันตรายเกินกว่าที่เรือพาณิชย์จะแล่นผ่านได้
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





