สหรัฐฯ ถล่มอิหร่านตอนใต้คืนที่ 5, ดับ 1 เจ็บ 7 หวังบั่นทอนกำลังรบ

สำนักข่าว IRIB ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และบาดเจ็บอีก 7 รายเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (16 ก.ค.) จากการโจมตีระลอกใหม่ของสหรัฐฯ ในจังหวัดฮอร์โมซกานทางตอนใต้ของอิหร่าน

รายงานข่าวระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่สะพาน 2 แห่งในเมืองบันดาร์คาเมียร์ ส่งผลให้คนขับรถยนต์คันหนึ่งที่กำลังแล่นข้ามสะพานเสียชีวิต

ขณะเดียวกัน การโจมตีของสหรัฐฯ ในย่านอัลลาโฮ อัคบาร์ ซึ่งเป็นแหล่งที่พักอาศัยในเมืองท่าบันดาร์ อับบาส ยังส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย โดยรายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่า เสาสัญญาณโทรคมนาคมในเมืองดังกล่าวก็ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุระเบิดต่อเนื่องกัน 6 ครั้งใกล้กับเมืองฮามิดิเยห์ในจังหวัดคูเซสถานทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ รวมถึงเหตุระเบิดอีก 3 ครั้งใกล้กับสนามบินในเมืองอิรันชาห์ จังหวัดซีสถานและบาลูเชสถานทางตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีขีปนาวุธของสหรัฐฯ อย่างน้อย 1 ลูกตกใส่พื้นที่ของสนามบินดังกล่าว

การโจมตีระลอกล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศผ่านเอ็กซ์ว่า “กองกำลังสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีระลอกใหม่ต่ออิหร่านเป็นคืนที่ 5 ติดต่อกัน เพื่อลดทอนขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านลงไปอีก”

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นนี้เกิดขึ้นหลังจากที่อิหร่านและสหรัฐฯ ปะทะกันต่อเนื่องมาหลายวัน แม้ทั้งสองประเทศจะเพิ่งลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อสันติภาพร่วมกันไปเมื่อช่วงกลางเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตามข้อตกลงดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายคาดว่าจะเริ่มเปิดฉากเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายในระยะเวลา 60 วัน

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์