อิหร่านเปิดฉากถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ใน 4 ประเทศตะวันออกกลาง สางแค้นสหรัฐฯ ถล่มระลอกใหม่

กองทัพอิหร่านเปิดเผยวันนี้ (17 ก.ค.) ว่า กองกำลังของตนได้เปิดฉากโจมตีฐานทัพและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของสหรัฐฯ ในซีเรีย คูเวต บาห์เรน และโอมาน เพื่อตอบโต้กรณีที่สหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีครั้งใหม่ต่ออิหร่านและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านสำนักข่าวเซปาห์ (Sepah News) ซึ่งเป็นสำนักข่าวทางการของอิหร่านว่า กองกำลังทางอวกาศของตนได้เปิดฉากโจมตีแบบไม่ให้ตั้งตัวเข้าใส่ศูนย์กลางทางทหารของสหรัฐฯ ณ ฐานทัพอัล-ตานฟ์ (al-Tanf) ในซีเรีย ส่งผลให้บุคลากรของสหรัฐฯ เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง รวมถึงทำลายระบบเรดาร์และเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ในปฏิบัติการพิเศษอีกหลายลำ

IRGC ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบโต้ “การกระทำอันมุ่งร้าย” ของสหรัฐฯ ตลอดจนเหตุการณ์สังหารทหารอิหร่านในจังหวัดซีสถานและบาโลชิสถาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเมื่อไม่นานมานี้

นอกจากนี้ IRGC ยังเผยอีกว่า กองกำลังอิหร่านได้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต โดยมุ่งเป้าไปที่ระบบเรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศ คลังอาวุธ และยุทโธปกรณ์ทางทหารอื่น ๆ ขณะที่กองกำลังทางเรือได้โจมตีสถานีเรดาร์ของสหรัฐฯ ในโอมาน ด้านกองทัพบกอิหร่านระบุว่า กองทัพได้ส่งโดรนเข้าโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรนเช่นเดียวกัน

IRGC เตือนว่า กองทัพอิหร่านยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ และการส่งออกน้ำมันรวมถึงก๊าซธรรมชาติจากภูมิภาคนี้จะไม่กลับมาดำเนินการตราบใดที่สหรัฐฯ ยังคงเคลื่อนไหวอย่างประสงค์ร้ายต่อไป

ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยผ่านเอ็กซ์ (X) ในช่วงเช้าวันนี้ว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้เสร็จสิ้นภารกิจการระดมโจมตีอิหร่านระลอกใหญ่อีกครั้ง โดยได้ถล่มเป้าหมายทางทหารหลายสิบแห่ง เช่น สถานีตรวจการณ์ชายฝั่ง ระบบป้องกันภัยทางอากาศ โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ทางทหาร และขีดความสามารถทางเรือ

กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีครั้งล่าสุดมีเป้าหมายเพื่อ “ลดขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามการเดินเรือเชิงพาณิชย์” หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่อิหร่านโจมตีเรือขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ

ด้านกระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านเปิดเผยวันนี้ว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 38 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 400 ราย จากการโจมตีของสหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่มีเป้าหมายอยู่ที่จังหวัดทางตอนใต้ของอิหร่าน นับตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.

ทั้งนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นแม้ว่าทั้งสองประเทศจะเพิ่งลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อสันติภาพเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ซึ่งกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายต้องเปิดฉากเจรจาร่วมกันภายใน 60 วัน เพื่อหาข้อตกลงขั้นสุดท้าย

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต