
แอนดี เบอร์แนม เตรียมเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคแรงงาน (Labour Party) ต่อจาก เคียร์ สตาร์เมอร์ ในวันนี้ (17 ก.ค.) หลังจากได้รับเสียงสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากบรรดา สส. ของพรรค ซึ่งหมายความว่า เบอร์แนมจะก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักรต่อไป
เพื่อเตรียมต้อนรับนายกรัฐมตรีคนที่ 7 ในรอบ 10 ปี สำนักข่าวบีบีซีได้รวบรวม 6 ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับว่าที่นายกฯ คนใหม่ของอังกฤษ ไว้ดังนี้
1. ขั้นตอนการรับตำแหน่ง
แม้เบอร์แนมจะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแรงงานในวันนี้ แต่เขาจะยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในทันที โดยกระบวนการอย่างเป็นทางการจะเกิดขึ้นในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (20 ก.ค.)
ขั้นตอนในวันจันทร์จะเริ่มต้นจาก:
- เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เพื่อกราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ
- หลังจากนั้นไม่นาน พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เบอร์แนมเข้าเฝ้าเพื่อรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เขาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งเมื่อเบอร์แนมรับสนองพระบรมราชโองการ เขาจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการ
- โดยปกติแล้ว การเข้าเฝ้าทั้งสองวาระจะเกิดขึ้น ณ พระราชวังบักกิงแฮม
- จากนั้น เบอร์แนมจะเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง เพื่อแถลงครั้งแรกต่อประชาชนบริเวณหน้าทำเนียบนายกรัฐมนตรี
2. เส้นทางสู่อำนาจ
เมื่อสองปีก่อน สตาร์เมอร์เคยนำพาพรรคแรงงานชนะการเลือกตั้งทั่วไปอย่างถล่มทลาย แต่แล้วเขากลับสูญเสียความนิยมจากประชาชนอย่างรวดเร็วเพียงไม่นานหลังเข้าบริหารประเทศ เนื่องจากความผิดพลาดเชิงนโยบายหลายครั้งและการกลับลำไปมา
ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ สส. พรรคแรงงานจำนวนมากหมดความอดทน เกิดขึ้นเมื่อพรรคปีกขวาอย่าง รีฟอร์ม ยูเค (Reform UK) สามารถกวาดชัยชนะในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ สส. หลายคนเริ่มวิตกวา ไนเจล ฟาราจ ผู้นำพรรครีฟอร์มฯ อาจชนะการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า
เบอร์แนมมุ่งหมายที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำพรรคแรงงานมานานแล้ว แต่เขาจะสามารถท้าชิงตำแหน่งนี้ได้ก็ต่อเมื่อมีสถานะเป็น สส. ในสภาเท่านั้น ซึ่งเขาเพิ่งจะชนะการเลือกตั้งซ่อมกลับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรได้เมื่อเดือนที่แล้ว โดยเอาชนะผู้สมัครจากพรรครีฟอร์มฯ ได้สำเร็จ ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ สส. พรรคแรงงานส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่า เขาคือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดที่จะมาแทนที่สตาร์เมอร์
หลังจากนั้น แกนนำคนสำคัญคนอื่น ๆ ของพรรค ซึ่งรวมถึง เวส สตรีทติง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต่างยอมละทิ้งความตั้งใจที่จะลงชิงตำแหน่งผู้นำ และหันมาให้การสนับสนุนเบอร์แนม ร่วมกับเสียงส่วนใหญ่ของ สส. ในพรรค ส่งผลให้เบอร์แนมได้ขึ้นเป็นผู้นำพรรคแรงงานโดยไม่มีคู่แข่ง
ในระบบการเมืองของสหราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงเหมือนประธานาธิบดีของสหรัฐฯ หรือฝรั่งเศส แต่เป็นผู้นำของพรรคที่มีจำนวน สส. มากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร (House of Commons) ด้วยเหตุนี้ สหราชอาณาจักรจึงสามารถเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีได้โดยไม่ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ แม้ว่าเบอร์แนมจะมีสิทธิ์ประกาศยุบสภาเพื่อเปิดทางมีการเลือกตั้งใหม่หลังจากเข้ารับตำแหน่ง แต่ดูเหมือนว่าเขาได้ปฏิเสธที่จะดำเนินการดังกล่าว
3. ภารกิจหลังรับตำแหน่ง
เบอร์แนมกล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขาจะยังคงยึดมั่นในนโยบายหลักที่พรรคแรงงานเคยใช้หาเสียงจนชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2567 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่ปรับขึ้นอัตราภาษีเงินได้หลัก ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือเงินประกันสังคม
อย่างไรก็ดี เขาได้เริ่มเผยแผนนโยบายของตัวเองบ้างแล้ว ดังนี้:
- กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น: นโยบายสำคัญอันดับต้น ๆ ของเขาคือการมอบอำนาจให้แก่สภาท้องถิ่นและหน่วยงานส่วนภูมิภาคมากขึ้น โดยลดอำนาจจากส่วนกลางในรัฐสภา ซึ่งรวมถึงการให้อำนาจจัดการในเรื่องที่อยู่อาศัยและการคมนาคมขนส่ง
- จัดตั้งทีมงานนายกฯ นอกทำเนียบ: ภายใต้แผนการดังกล่าว เขาจะตั้งทีมทำงานสาขาแมนเชสเตอร์ (Manchester branch of No.10 team) ทางเหนือของลอนดอน
- นโยบายอื่น ๆ: เบอร์แนมเคยเปรยถึงแผนงานด้านสวัสดิการสังคม การดูแลผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพ การย้ายถิ่นฐาน และการป้องกันประเทศ รวมถึงส่งสัญญาณว่าอาจพิจารณาจัดเก็บภาษีความมั่งคั่ง (Wealth Tax) แต่ยังไม่มีการประกาศนโยบายที่ชัดเจนออกมา
นอกจากนี้ งานเร่งด่วนของเขาคือการแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐมนตรี อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ในระหว่างการหารือและยังไม่มีการยืนยันรายชื่ออย่างเป็นทางการ
4. ชีวิตส่วนตัวและครอบครัว
เบอร์แนมเกิดที่เมืองลิเวอร์พูลเมื่อปี 2513 และเติบโตในมณฑลเชสเชอร์ เขาเป็นแฟนพันธุ์แท้ของสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน และมีความชื่นชอบในด้านกีฬาเป็นอย่างมาก
เบอร์แนมสมรสกับ มารี-ฟรานซ์ ฟาน ฮีล ทั้งคู่พบกันสมัยเป็นนักศึกษาที่วิทยาลัยฟิตซ์วิลเลียม มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เมื่อปี 2532 ก่อนแต่งงานกันในปี 2543 และใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 30 ปี
ฟานฮีลทำงานในสายงานการตลาดและวางแผนกลยุทธ์ โดยเฉพาะการทำงานให้กับบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ของอังกฤษอย่างสกาย (Sky) นอกจากนี้เธอยังมีส่วนร่วมในการออกแบบโลโก้ของสถานีโทรทัศน์บีบีซี และทีมรักบี้แห่งอังกฤษ (England Rugby) ด้วย
ทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 3 คน
5. สนามการเมือง
เบอร์แนมจบการศึกษาด้านภาษาอังกฤษจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และเริ่มต้นการทำงานในสายสื่อสารมวลชน ก่อนจะเบนเข็มเข้าสู่เส้นทางการเมืองในช่วงอายุ 20 ต้น ๆ
- ปี 2544 ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. สมัยแรก
- เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในยุครัฐบาลของกอร์ดอน บราวน์ ก่อนจะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง สส. ในปี 2560
- ในช่วงเวลาดังกล่าว เขาเคยลงสมัครชิงตำแหน่งผู้นำพรรคแรงงานสองครั้ง แต่พ่ายแพ้ไปทั้งสองครั้ง
- ปี 2560 – เดือนมิ.ย. 2569 ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองเกรเทอร์แมนเชสเตอร์ ซึ่งบทบาทนี้ทำให้เขาได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากการปฏิรูประบบขนส่งมวลชนในภูมิภาค และสร้างชื่อเสียงในฐานะกระบอกเสียงสำคัญของพื้นที่ทางตอนเหนือของอังกฤษ
6. ปฏิกิริยาจากนานาประเทศ
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีผู้นำต่างประเทศออกมาแสดงความเห็นต่อการก้าวขึ้นสู่อำนาจของเบอร์แนมมากนัก
- สหรัฐอเมริกา: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่ได้แสดงความเห็นอะไรมากนัก แต่เคยกล่าวว่าเขาสงสัยว่าเบอร์แนมอาจเป็นพวก “เสรีนิยมสุดโต่ง” ซึ่งอยู่คนละขั้วกับทรัมป์
- รัสเซีย: ไม่ได้คาดหวังว่าความสัมพันธ์อันย่ำแย่กับสหราชอาณาจักรจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นภายใต้การนำของเบอร์แนม โดยประเด็นการสนับสนุนยูเครนของอังกฤษ และท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์ของรัสเซียต่ออังกฤษ ยังคงเป็นปัจจัยหลักในความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศในช่วงที่ผ่านมา
- ฝรั่งเศส: ในการสัมภาษณ์เพียงครั้งเดียวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝรั่งเศส ฌ็อง-นอแอล บาร์โร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวอวยพรให้เบอร์แนมโชคดี และหวังว่าสหราชอาณาจักรจะมี “เสถียรภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท





