
สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน ยื่นหนังสือถึง รมว.อุตสาหกรรม เพื่อขอให้สนับสนุนการดำเนินการ ตามมติคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) กรณีพิจารณาร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.24) ฉบับใหม่ พร้อมแสดง ความห่วงใย ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หลังปรากฏกรณีการสื่อสารของผู้มีส่วนได้เสียบางฝ่าย ที่อาจสร้างแรงกดดันต่อการใช้ดุลยพินิจของผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน ระบุว่า สมาคมฯ ได้ติดตามการปรับปรุงมาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตมาโดยตลอด และเห็นว่าผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย มีสิทธิแสดงความคิดเห็น หรือเสนอข้อมูลต่อร่างมาตรฐานได้ตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด แต่การดำเนินการ ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง หลักวิชาการ และเหตุผลที่สามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งไม่ควรมีลักษณะที่อาจทำให้กรรมการ หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ เกิดความหวั่นเกรงหรือขาดความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต
มติของคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่เห็นชอบ ร่าง มอก.24 ฉบับใหม่ โดยกำหนดให้เหล็กแท่งสำหรับผลิตเหล็กข้ออ้อย ต้องผลิตด้วยกระบวนการเตาเบสิกออกซิเจน (Basic Oxygen Furnace: BOF) หรือเตาอาร์กไฟฟ้า (Electric Arc Furnace: EAF) เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ มิใช่การเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ หรือเทคโนโลยีการผลิตรายใด
นอกจากนี้ สมาคมฯ เห็นว่า ข้อกำหนดในร่างมาตรฐานฉบับใหม่ สอดคล้องกับแนวทางของมาตรฐานสากลหลายประเทศ ทั้งญี่ปุ่น จีน สหราชอาณาจักร และมาตรฐาน ISO โดยเฉพาะมาตรฐานของจีน ที่กำหนดให้เหล็กแท่งสำหรับผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ต้องผ่านกระบวนการผลิตด้วย BOF หรือ EAF พร้อมเสนอให้ใช้ข้อมูลทางวิชาการ และผลการศึกษาจากสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ (SEAISI) รวมถึงผลการศึกษาในประเทศมาเลเซีย ประกอบการพิจารณากำหนดมาตรฐาน
สมาคมฯ ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนากีดกันผู้ประกอบการหรือเทคโนโลยีการผลิตใด แต่เห็นว่าผู้ผลิตทุกกลุ่ม ควรแข่งขันภายใต้มาตรฐานคุณภาพ และความปลอดภัยเดียวกัน โดยการกำหนดมาตรฐานต้องอาศัยข้อมูลเชิงวิชาการ หลักฐานเชิงประจักษ์ และประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ สมาคมฯ ขอให้ รมว.อุตสาหกรรม สนับสนุนการดำเนินการตามมติ กมอ. เกี่ยวกับร่าง มอก.24 ฉบับใหม่ ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องตามกรอบกฎหมาย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นแก่คณะกรรมการ ข้าราชการ และผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างอิสระ และเป็นธรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพิ่มความปลอดภัยของงานก่อสร้าง และเสริมสร้างขีด ความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเหล็กไทยในระยะยาว
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน





