ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวก 74 เซนต์ นลท.จับตาสถานการณ์อิหร่าน-สหรัฐฯ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันจันทร์ (20 ก.ค.) หลังจากที่ปรับตัวผันผวนตลอดทั้งวัน โดยนักลงทุนประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางหลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนได้ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ในขณะเดียวกันก็มีสัญญาณบ่งชี้ถึงการเปิดช่องทางการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 74 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 83.23 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.12 ดอลลาร์ หรือ 1.27% ปิดที่ 89.22 ดอลลาร์/บาร์เรล

กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในวันจันทร์ โดยกล่าวหาว่าซาอุดีอาระเบียอยู่เบื้องหลังการโจมตีท่าอากาศยานซานาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งความเคลื่อนไหวของกลุ่มฮูตีถือเป็นการเปิดแนวรบใหม่ในสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน และเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานและการค้าโลก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับสื่อว่า ประเทศที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน เพื่อเปิดทางสำหรับการเจรจาสันติภาพ

ด้านเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านส่งสัญญาณเปิดช่องทางเจรจาเช่นกัน โดยเขากล่าวในวันจันทร์ว่า การเจรจากับสหรัฐฯ สามารถดำเนินต่อไปได้ หากเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของชาติ พร้อมกับย้ำว่า การทูตเป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายเพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ เช่นเดียวกับการใช้ปฏิบัติการทางทหาร

ถ้อยแถลงของบาเกอีถือเป็นการส่งสัญญาณว่า ฝ่ายอิหร่านยังคงยอมรับว่าช่องทางการเจรจาทางการทูตยังคงเปิดอยู่ แม้ว่าความตึงเครียดทางการทหารยังคงดำเนินต่อไปก็ตาม

นักวิเคราะห์จาก Capital.com กล่าวว่า แม้ความขัดแย้งยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ แต่สัญญาณที่บ่งชี้ถึงโอกาสในการฟื้นฟูการเจรจาสันติภาพได้ช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันด้านอุปทานน้ำมันและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ด้านนักวิเคราะห์จาก Rystad Energy ให้ความเห็นว่า หากการหยุดยิงไม่เกิดขึ้นจริง และช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่กลุ่มฮูตีคุกคามการขนส่งในทะเลแดงในระดับที่รุนแรงขึ้น ราคาน้ำมันก็มีแนวโน้มที่จะพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับกล่าวว่าน้ำมันของซาอุดีอาระเบียประมาณ 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงจากภัยคุกคามของกลุ่มฮูตี

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Kpler ระบุในรายงานล่าสุดว่า ปริมาณน้ำมันดิบที่ขนส่งทางเรืออยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ โดยประเมินไว้ที่ 1,350 ล้านบาร์เรล ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสกัดช่วงขาขึ้นของราคาน้ำมัน

โดย รัตนา พงศ์ทวิช