ดาวโจนส์พุ่งกว่า 100 จุด S&P 500/Nasdaq ดีดตัวรับแรงซื้อหุ้นชิป

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุด ขานรับการร่วงลงของราคาน้ำมัน ขณะที่นักลงทุนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อในหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป

ณ เวลา 20.33 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] บวก 185.34 จุด หรือ 0.36% สู่ระดับ 52,331.76 จุด ส่วนดัชนี S&P 500 [SP500.X] และ Nasdaq [NASDAQ.X] บวก 0.62% และ 0.98% ตามลำดับ

กองทุน VanEck Semiconductor ETF (SMH) พุ่งขึ้นมากกว่า 2% ส่วนหุ้น Micron Technology และ Astera Labs ทะยานขึ้น 5% ขณะที่ Teradyne พุ่งขึ้นมากกว่า 6%. และ Advanced Micro Devices ดีดตัวขึ้นกว่า 4%

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงกว่า 1% ในวันนี้ หลังอิหร่านส่งสัญญาณพร้อมเจรจากับทางสหรัฐ

นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวในวันนี้ว่า “การเจรจากับสหรัฐสามารถดำเนินต่อไปได้ หากเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของชาติ”

นายบาเกอียังเปิดเผยว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อิหร่านได้รับสารจากประเทศตัวกลางหลายแห่ง

แม้ว่านายบาเกอีไม่ได้เปิดเผยว่าประเทศตัวกลางแห่งใดได้ส่งสารมายังอิหร่าน แต่ที่ผ่านมา ปากีสถาน โอมาน กาตาร์ และประเทศอื่น ๆ มักทำหน้าที่เป็นคนกลางในการสื่อสารระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

นอกจากนี้ นายบาเกอีเน้นย้ำว่า “การทูตเป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายเพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ เช่นเดียวกับการใช้ปฏิบัติการทางทหาร”

ถ้อยแถลงของนายบาเกอีได้รับการมองว่าเป็นการส่งสัญญาณว่า ฝ่ายอิหร่านยังคงยอมรับว่าช่องทางการเจรจาทางการทูตยังคงเปิดอยู่ แม้ว่าความตึงเครียดทางการทหารยังคงดำเนินต่อไปก็ตาม

คำกล่าวของนายบาเกอีมีขึ้น หลังจากที่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐยังคงเปิดกว้างต่อการแสวงหาทางออกทางการทูตกับอิหร่าน

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 28-29 ก.ค.

ทั้งนี้ นายเควิน วอร์ช จะทำหน้าที่ประธานการประชุม FOMC เป็นครั้งที่ 2 และจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยนายวอร์ชจะชี้แจงเหตุผลของเฟดในการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่ไม่มีแนวโมส่งสัญญาณทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้

กฎระเบียบของเฟดได้ระบุห้ามเจ้าหน้าที่เฟดแสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์ในช่วง Blackout Period เกี่ยวกับนโยบายการเงิน โดยเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่สองก่อนที่การประชุม FOMC จะเริ่มขึ้น และสิ้นสุดในวันพฤหัสบดีหลังการประชุม FOMC เพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณชนตีความว่าเป็นการบ่งชี้การดำเนินการด้านอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมนโยบายการเงินที่จะมาถึง

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 84.5% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค.

นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 62.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนก.ย.

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ