
บมจ. เอสซีบี เอกซ์ [SCB] รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 จำนวน 11,117 ล้านบาท ลดลง 13.1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิดีขึ้น รายได้จากการลงทุนและการค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ผลการดำเนินงานสะท้อนความยืดหยุ่นของโมเดลธุรกิจกลุ่ม SCB ผสานจุดแข็งของธุรกิจธนาคาร (Gen 1) ธุรกิจบริการทางการเงินดิจิทัลและสินเชื่อเพื่อรายย่อย (Gen 2) และธุรกิจแพลตฟอร์มและเทคโนโลยี (Gen 3) เพื่อสร้างแหล่งรายได้ที่หลากหลายและบริหารความเสี่ยงได้อย่างสมดุล ท่ามกลางสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยขาลง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิลดลง 13.1%
โครงสร้างรายได้ที่หลากหลาย ช่วยเสริมความยืดหยุ่นของผลการดำเนินงาน
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 27,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 10.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแรงกดดันต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ภายหลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปี 68-69 ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อยังทรงตัวเมื่อเทียบกับสิ้นปีที่ผ่านมา สะท้อนการปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างรอบคอบทั่วทั้งกลุ่ม
ในอีกด้านหนึ่ง โครงสร้างรายได้ที่หลากหลายช่วยลดทอนผลกระทบจากภาวะดอกเบี้ยขาลง โดยรายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ อยู่ที่ 11,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% จากปีก่อน จากการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ผ่านการผสานความร่วมมือของบริษัทในกลุ่ม (Group Wealth Synergy) อาทิ บัตรเครดิต SCB WEALTH by CardX ที่เชื่อมโยงบริการด้านความมั่งคั่งเข้ากับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และการขยายทางเลือกการลงทุนทั่วโลกผ่าน InnovestX
ขณะที่รายได้จากการลงทุนและการค้าอยู่ที่ 2,552 ล้านบาท ลดลง 21.2% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 349.1% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากกำไรจากพอร์ตการลงทุนของธนาคารที่ปรับตัวดีขึ้น
วินัยด้านต้นทุนอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งกลุ่ม
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีจำนวน 17,042 ล้านบาท ลดลง 2.2% จากปีก่อน ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 41.3% สะท้อนวินัยในการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการที่ครอบคลุมหลายด้าน ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม การปรับโครงสร้างค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติมาใช้ตลอดกระบวนการทำงานของบริษัทในกลุ่ม ท่ามกลางแรงกดดันด้านรายได้จากสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยขาลง
ดูแลลูกค้าอย่างตรงจุด พร้อมรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง
บริษัทในกลุ่มยังคงให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่องและตรงจุด ผ่านโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” และการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกค้าที่มีศักยภาพในการฟื้นตัว ควบคู่กับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุก โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 3.17% ปรับตัวดีขึ้นจาก 3.23% ในไตรมาสก่อนหน้า การตั้งสำรองลดลง 5.3% จากปีก่อน ขณะที่ Coverage Ratio ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 158.6% และเงินกองทุนตามกฎหมายอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 18.6%

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCB กล่าวว่า ไตรมาส 2/69 เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมมหภาคที่ไม่แน่นอน การฟื้นตัวยังกระจุกตัว และภาระหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางภาวะดังกล่าว เอสซีบีเอกซ์ยึดมั่นในแนวทางการเติบโตอย่างมีคุณภาพทั่วทั้งกลุ่ม โดยธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตแข็งแกร่งสะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าและความสำเร็จของการยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ และเราเชื่อว่าการดูแลลูกค้าและผู้ประกอบการให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทาย คือการร่วมสนับสนุนให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน
สำหรับธนาคาร แบงก์เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวเชิงยุทธศาสตร์ของกลุ่มในการต่อยอดขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ที่สั่งสมมาสู่ธุรกิจใหม่ บริษัทฯ อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในทุกมิติ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับเสถียรภาพของระบบและประสบการณ์ลูกค้า แบงก์เอกซ์จะผสาน AI เข้ากับการดำเนินงานตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน กระบวนการหลัก ผลิตภัณฑ์ และการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อส่งมอบบริการเฉพาะบุคคลและสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง อันจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย





