
ดัชนีดาวโจนส์ทะยานกว่า 300 จุดในวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้นรับแรงซื้อในหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป
ณ เวลา 21.16 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] บวก 307.71 จุด หรือ 0.59% สู่ระดับ 52,146.97 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 [SP500.X] และ Nasdaq [NASDAQ.X] บวก 0.41% และ 0.72% ตามลำดับ
หุ้น 3M พุ่งขึ้นมากกว่า 9% หลังรายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ทั้งนี้ ฤดูกาลประกาศผลประกอบการเริ่มต้นอย่างแข็งแกร่ง โดยข้อมูลจาก FactSet ระบุว่า บริษัท 66 แห่งในดัชนี S&P 500 ที่ประกาศผลประกอบการแล้ว มีถึง 88% ที่มีกำไรสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
นักลงทุนจับตาผลประกอบการของ Tesla และ Alphabet ในวันพรุ่งนี้ ขณะที่ Microsoft, Meta, Apple และ Amazon จะรายงานผลประกอบการในสัปดาห์หน้า
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ช่วยหนุนตลาดในวันนี้ โดยกองทุน VanEck Semiconductor ETF พุ่งขึ้นมากกว่า 3% ขณะที่หุ้น Marvell Technology และ Micron Technology ทะยานขึ้น 6% และ 8% ตามลำดับ ส่วนหุ้นของ Intel ดีดตัวขึ้นกว่า 6%
อย่างไรก็ดี นายเจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ เจพีมอร์แกน เชส ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐ กล่าวว่า นักลงทุนกำลังประเมินความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญอยู่ต่ำเกินไป และเขาจะไม่ซื้อทั้งหุ้นหรือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวในระดับราคาปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยแหล่งข่าวจากอิหร่านเปิดเผยว่า ประเทศที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างอิหร่านและสหรัฐ ได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน เพื่อเปิดทางสำหรับการเจรจาสันติภาพ
นายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) กล่าวในวันนี้ว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ในเร็ว ๆ นี้
“เราคาดว่าจะมีความเคลื่อนไหวบางอย่างในเร็ว ๆ นี้” นายกรีเออร์กล่าวในรายการ Squawk Box ของสำนักข่าว CNBC เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการประกาศมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ หลังจากหนังสือพิมพ์ ไฟแนนเชียล ไทมส์ (FT) รายงานว่า สหรัฐอาจประกาศมาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าครั้งใหม่อย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้
“ขณะนี้ผมยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาที่ชัดเจน เพราะผมมีหน้าที่ต้องชี้แจงต่อรัฐสภาและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ก่อนที่จะเปิดเผยรายละเอียด แต่เราคาดว่าจะมีการออกมาตรการในเร็ว ๆ นี้” นายกรีเออร์กล่าว
ถ้อยแถลงดังกล่าวบ่งชี้ว่า รัฐบาลของปธน.ทรัมป์กำลังเตรียมบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่เพื่อทดแทนมาตรการภาษีนำเข้าที่มีกำหนดสิ้นสุดลงในวันศุกร์นี้
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อประเทศทั่วโลกในอัตรา 10% ภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากศาลฎีกาสหรัฐมีคำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์ โดยชี้ว่าปธน.ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA)
อย่างไรก็ดี มาตรการภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 122 จะหมดอายุในวันศุกร์นี้ เว้นแต่สภาคองเกรสจะดำเนินการแทรกแซงเพื่อขยายอายุของมาตรการดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้ดูเหมือนว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างน้อย
FT รายงานว่า รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเตรียมประกาศมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ต่อประเทศต่าง ๆ มากถึง 60 ประเทศ โดยอาจมีการประกาศอย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้
อัตราภาษีนำเข้าชุดใหม่คาดว่าจะอยู่ในช่วง 10%-12.5% ซึ่งจะมาทดแทนมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกอัตรา 10% ที่กำลังจะหมดอายุในวันศุกร์นี้
FT เปิดเผยว่า รัฐบาลทรัมป์หันมาใช้การสอบสวนภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ในการออกมาตรการเก็บภาษีใหม่ โดยอ้างเหตุผลเรื่องการค้าที่ไม่เป็นธรรมและการใช้แรงงานบังคับ
FT รายงานว่า ประเทศหรือภูมิภาคที่อาจได้รับผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่ของสหรัฐ ได้แก่ จีน อินเดีย สหภาพยุโรป รวมทั้งหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





