
ราคาทองพุ่งขึ้นกว่า 1% ยืนเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ ขานรับรายงานจากสื่อที่ระบุถึงความพยายามครั้งใหม่ในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งจะช่วยกดดันราคาพลังงาน และบรรเทาความกังวลที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
ณ เวลา 21.36 น.ตามเวลาไทย ราคาทองสปอต [GOLD.X] บวก 53.28 ดอลลาร์ หรือ 1.34% สู่ระดับ 4,065.58 ดอลลาร์/ออนซ์
ส่วนสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. บวก 55.70 ดอลลาร์ หรือ 1.39% สู่ระดับ 4,071.60 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากอิหร่านระบุว่า ประเทศที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างอิหร่านและสหรัฐ ได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน เพื่อเปิดทางสำหรับการเจรจาสันติภาพ
รอยเตอร์รายงานว่า “ประเทศตัวกลางได้ยื่นข้อเสนอให้อิหร่านเพื่อลดระดับความรุนแรงของสงครามกับสหรัฐ โดยข้อเสนอดังกล่าวประกอบด้วยการหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน”
ทั้งนี้ ความตึงเครียดระลอกล่าสุดระหว่างสหรัฐและอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม หลังจากสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) โดยสหรัฐระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้ต่อการที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ
นักลงทุนจับตาการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ นายเควิน วอร์ช จะทำหน้าที่ประธานการประชุม FOMC เป็นครั้งที่ 2 และจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยนายวอร์ชจะชี้แจงเหตุผลของเฟดในการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่ไม่มีแนวโน้มส่งสัญญาณทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 80.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค.
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 67.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนก.ย.
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





