
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นกว่า 2% หลังมีรายงานการโจมตีครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมทั้งการที่กลุ่มฮูตีประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย
ณ เวลา 00.06 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. บวก 2.02 ดอลลาร์ หรือ 2.43% สู่ระดับ 85.25 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. บวก 2.00 ดอลลาร์ หรือ 2.24% สู่ระดับ 91.22 ดอลลาร์/บาร์เรล
นักวิเคราะห์ระบุว่า การส่งออกน้ำมันที่ลดลงผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อุปทานน้ำมันจากทะเลแดงอาจหยุดชะงักลง กำลังเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน
กองทัพสหรัฐได้ทิ้งระเบิดโจมตีเป้าหมายในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเตือนว่า อิหร่านจะต้องชดใช้อย่างสาสมจากเหตุการณ์โจมตีที่ทำให้ทหารอเมริกันเสียชีวิต
ขณะเดียวกัน อิหร่านได้โจมตีเป้าหมายของสหรัฐในประเทศบาห์เรน คูเวต และจอร์แดนเช่นกัน
เมื่อวันจันทร์ กลุ่มฮูตีประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในช่องแคบบับเอล-มันเดบ ส่งผลให้เส้นทางเดินเรือทางตอนใต้ของทะเลแดงถูกปิดสำหรับเรือของซาอุดีอาระเบีย
นายยาห์ยา ซารี โฆษกฝ่ายทหารของกลุ่มฮูตี กล่าวว่า “เราขอประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อศัตรูอย่างซาอุดีอาระเบีย ภายใต้หลักการ ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’ โดยให้มีผลบังคับใช้ทันทีนับตั้งแต่มีการออกแถลงการณ์ฉบับนี้”
นายซารีกล่าวว่า การที่ซาอุดีอาระเบียทำการปิดล้อมท่าอากาศยานนานาชาติซานาอย่างต่อเนื่อง “เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และไม่อาจทนได้อีกต่อไป”
นายซารีให้คำมั่นว่า กลุ่มฮูตีจะตอบโต้การปิดล้อมด้วยการปิดล้อม และจะตอบสนองต่อการยกระดับความขัดแย้งทุกครั้งด้วยการยกระดับความขัดแย้งเช่นกัน
อย่างไรก็ดี ช่วงบวกของตลาดถูกจำกัดจากรายงานที่ระบุว่า ประเทศที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างอิหร่านและสหรัฐ ได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน เพื่อเปิดทางสำหรับการเจรจาสันติภาพ
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ในวันนี้ ก่อนที่สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยข้อมูลในวันพรุ่งนี้
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





