เมื่อเวลา 15.41 น. SMT พุ่ง 12.80% เพิ่มขึ้น 0.54 บาท มาที่ 4.76 บาท มูลค่าการซื้อขาย 478.60 ล้านบาท จากราคาเปิด 4.50 บาท ราคาสูงสุด 5.05 บาท และราคาต่ำสุด 4.44 บาท
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงมุมมองการลงทุนในกลุ่มหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ ประเด็นสำคัญที่จะพิจารณาคือ ความจุหรือกำลังการผลิตที่เหลือ (Capacity) ซึ่งจะทำให้ทุกบริษัทได้รับประโยชน์ แต่ว่าบริษัทที่โรงงานมีกำลังการผลิตเหลืออยู่จะได้รับประโยชน์สูงสุด เนื่องจากสามารถรองรับการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตและพร้อมรับออเดอร์เพื่อผลิตได้ทันที โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนเหมือนกับกลุ่มที่ต้องเริ่มขยายโรงงานใหม่ เมื่อตรวจสอบการเติบโตของผู้เล่นในตลาดพบว่า DELTA อยู่ระหว่างการขยายโรงงาน เช่นเดียวกับ CCET ขณะที่ HANA ที่กำลัง Ramp up ในส่วนของเทคโนโลยี photonics
อย่างไรก็ตาม SMT ถูกมองว่าเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นและพร้อมรับมือมากที่สุด เนื่องจากหากมีคำสั่งซื้อเข้ามา SMT จะมีโอกาส Turnaround ของผลประกอบการทั้งในปีนี้และปีหน้า
อีกทั้งหากประเทศไทย ก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลาง (Hub) ด้านเซมิคอนดักเตอร์ ถูกมองว่าจะไม่ใช่เป็นเพียงแค่กระแสช่วงสั้นๆ แต่จะเป็นวัฏจักรที่ดีในระยะกลางถึงยาว ขณะเดียวกันฐานะทางการเงินของ SMT แข็งแกร่ง ภาระหนี้สินอยู่ในระดับที่ต่ำมากหากมีคำสั่งซื้อหรือลูกค้าเข้ามาจ้างผลิตเพิ่มขึ้น ทำให้อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) สามารถปรับตัวสูงขึ้นได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มสูง
โดย วรินทร ฺศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน




