
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และ Guangdong Grandeur International Exhibition Group ผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดงาน World Travel & Culture Expo 2026 (WTCE 2026) มหกรรมแสดงสินค้า การเจรจาธุรกิจ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 21-31 ต.ค. 69 ภายใต้แนวทางการบูรณาการ “วัฒนธรรม–การท่องเที่ยว-กีฬา” สร้างโอกาสทางธุรกิจ ดึงดูดการลงทุน และเชื่อมโยงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกับเครือข่ายนานาชาติ มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความบันเทิงของอาเซียน
นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมุ่งยกระดับศักยภาพของประเทศไทยผ่านการบูรณาการการท่องเที่ยว วัฒนธรรม กีฬา และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ควบคู่กับการส่งเสริมความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน การจัดงาน World Travel & Culture Expo 2026 (WTCE 2026) จึงเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวของภูมิภาค ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและพันธมิตรจากทั่วโลก พร้อมต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ (Value over Volume) มุ่งเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่าแก่นักท่องเที่ยว พร้อมส่งเสริมการบูรณาการมิติด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และกีฬา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ขยายโอกาสทางธุรกิจและการลงทุน พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ ตลอดจนเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน
สำหรับงาน World Travel & Culture Expo 2026 (WTCE 2026) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-31 ต.ค. 69 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “Smartly Link The World” การเชื่อมโยงโลกด้วยนวัตกรรมและวัฒนธรรม ต่อยอดความสำเร็จจากการจัดงานในปี 2025 ซึ่งมีอัตราความสำเร็จของการเจรจาธุรกิจสูงถึง 98% โดยรวบรวมผู้ประกอบการ นักธุรกิจ นักลงทุน และพันธมิตรจากกว่า 23 ประเทศทั่วโลก เพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และต่อยอดโอกาสด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว วัฒนธรรม ภาพยนตร์ สื่อบันเทิง และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
ภายในงานประกอบด้วย 5 นิทรรศการหลัก ได้แก่
1) TAAPE (Thailand Amusement & Attraction Parks Expo) นำเสนอนวัตกรรมสวนสนุก เครื่องเล่น และแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่
2) TBE (Thailand Billiards & Expo) แสดงศักยภาพอุตสาหกรรมบิลเลียด สนุกเกอร์ และกีฬานันทนาการ
3) ASE (ASEAN LED Display, Prolight, Sound & Entertainment Technology Expo) นำเสนอเทคโนโลยีด้านแสง สี เสียง LED และอุตสาหกรรมความบันเทิง
4) AFE (Asia Film, Television & Equipment Expo) จัดแสดงเทคโนโลยีและอุปกรณ์ด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งเอเชีย
5) ASEAN Global IP Expo เวทีต่อยอดโอกาสทางธุรกิจด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนา “Future Trends of Tourism” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งอนาคต ผ่าน 3 เมกะเทรนด์สำคัญ ได้แก่ ความปลอดภัย (Safety) การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการบริหารจัดการความเสี่ยง ความยั่งยืน (Sustainability) การพัฒนาแนวทางธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประสบการณ์ (Experience) การประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยี Immersive เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่แก่นักท่องเที่ยว พร้อมจัดแสดงเทคโนโลยีท่องเที่ยวแห่งอนาคต อาทิ Immersive Technology, Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR)
ทั้งนี้ ตลาดจีนยังคงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-20 ก.ค. 69 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยแล้วจำนวน 2,877,039 คน เพิ่มขึ้น 14.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และททท. คาดการณ์ว่า ตลอดปี 69 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 5 ล้านคน สะท้อนความสำคัญของตลาดจีนในฐานะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติหลักของประเทศไทย และโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย–จีนผ่านเวทีระดับนานาชาติ
ททท. เชื่อมั่นว่า WTCE 2026 จะเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว วัฒนธรรม กีฬา และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ขยายโอกาสทางธุรกิจและการลงทุน และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างมีคุณภาพ ตลอดจนยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความบันเทิงของอาเซียน (Tourism & Entertainment Hub of ASEAN)




