
สำนักข่าว AFP รายงานโดยอ้างคำกล่าวของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา มีกำหนดพบกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม ที่กรุงเทพมหานคร
อย่างไรก็ดี สื่อไทยรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคมนี้ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย ประธานาธิบดีเมียนมา จะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยรัฐบาลไทยเตรียมหยิบยกประเด็นสารพิษในแม่น้ำกกขึ้นหารืออย่างจริงจัง พร้อมขอความร่วมมือจากรัฐบาลเมียนมาในการเร่งแก้ไขปัญหา
นอกจากนี้ ไทยยังเตรียมหารือประเด็นสำคัญอื่นร่วมกัน ทั้งการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันจากการเผาพื้นที่เกษตร การปราบปรามแหล่งผลิตยาเสพติด และความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงตามแนวชายแดน ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมข้อมูลและแนวทางดำเนินงานไว้ครบถ้วนแล้ว
นายสีหศักดิ์ได้ยืนยันการเดินทางดังกล่าวกับสำนักข่าว AFP เมื่อวานนี้ (21 ก.ค.) หลังจากที่ระบุว่า ตนได้มีการหารืออย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผยกับบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่กรุงมะนิลา เกี่ยวกับแนวทางที่ดีที่สุดในการผลักดันให้เมียนมากลับคืนสู่เวทีการทูตในภูมิภาค
ทั้งนี้ แม้เมียนมายังคงเป็นสมาชิกของอาเซียน แต่ได้ถูกระงับไม่ให้เข้าร่วมการประชุมสำคัญของอาเซียนอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารในปี 2564 โค่นล้มรัฐบาลของนางออง ซาน ซู จี ซึ่งเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า การเดินทางเยือนไทยของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เป็นส่วนหนึ่งของ “แนวทางการดำเนินการแบบคู่ขนาน”
เขากล่าวว่า “มีประเด็นทวิภาคีเร่งด่วนที่เราต้องจัดการ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การหลอกลวงทางออนไลน์ หรือปัญหายาเสพติด” พร้อมย้ำว่า แนวทางดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าไทยจะละทิ้งฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนที่ยึดถือมาโดยตลอด
นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เขาได้ขอให้ชาติสมาชิกอาเซียนร่วมกันพิจารณาเกี่ยวกับการวัดความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการประชาธิปไตยในเมียนมา
“หากรัฐบาลเมียนมาเปิดโอกาสให้ผู้แทนพิเศษของอาเซียนสามารถเข้าพบ ออง ซาน ซู จี ได้ นั่นถือเป็นความคืบหน้าหรือไม่? หากความรุนแรงลดลง เช่น ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา นั่นถือเป็นความคืบหน้าหรือไม่?”
เขากล่าวว่า “จุดยืนของเราคือ เราต้องมองความเป็นจริง มันจะไม่เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน ความคืบหน้าจะค่อย ๆ เกิดขึ้นทีละขั้น”
นายสีหศักดิ์ยังกล่าวว่า เขาหวังว่าการเลือกตั้งที่ส่งผลให้พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี จะเปิดโอกาสให้เกิดการเจรจารอบใหม่กับกลุ่มชาติพันธุ์และฝ่ายประชาธิปไตยของเมียนมา
“บางทีเราอาจช่วยอำนวยความสะดวกในการเจรจากับกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ตามแนวชายแดน” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า “นั่นคือรากฐานสำคัญของกระบวนการ”
นางเทเรซา ลาซาโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวว่า อาเซียนกำลังพิจารณาแต่งตั้งผู้แทนพิเศษประจำเมียนมาแบบถาวรและดำรงตำแหน่งระยะยาว โดยยอมรับว่าระบบหมุนเวียนผู้แทนเป็นรายปีที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น “ยังไม่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง”
ด้านนายอนุทินระบุว่า ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาได้เดินทางมาพบตน เพื่อรับทราบข้อกังวลของฝ่ายไทยล่วงหน้าก่อนการเยือนอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีเมียนมา โดยยืนยันว่า การพบกันครั้งนี้จะไม่ใช่เพียงพิธีการ แต่จะมุ่งหารือประเด็นที่เป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหารือระหว่างไทยกับเมียนมาว่า จะมีการหารือทุกเรื่อง ทั้งเรื่องสันติภาพ การแก้ปัญหายาเสพติด สแกมเมอร์ ปัญหาสิ่งแวดล้อม การเผา หรือสารพิษในแม่น้ำ เนื่องจากมีพรมแดนติดกัน ปัญหาต่างๆ จึงส่งผลกระทบถึงกันโดยตรง จำเป็นต้องพูดคุยร่วมกันในทุกมิติ ซึ่งหลายเรื่องเมียนมาพร้อมให้ความร่วมมือและอยากให้ไทยช่วยสนับสนุนทางวิชาการเพื่อแก้ปัญหาการเผาและมลพิษในพื้นที่
น.ส.รัชดา ระบุว่า สิ่งที่ฝ่ายเมียนมาแสดงความขอบคุณรัฐบาลไทยเป็นพิเศษ คือความจริงใจที่ไทยเปิดพื้นที่ให้เมียนมาได้กลับเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอีกครั้ง ผ่านการจัดเวทีหารืออย่างไม่เป็นทางการของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่งเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีต่างประเทศของทุกประเทศสมาชิก รวมถึงเมียนมา ได้พบปะพูดคุยกัน ถือเป็นจุดริเริ่มสำคัญที่สะท้อนความจริงใจของรัฐบาลไทย
เมื่อถูกถามถึงความกังวลต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลจากการต้อนรับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ซึ่งถูกมองในแง่ลบจากหลายฝ่าย น.ส.รัชดา กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะในความเป็นประเทศเพื่อนบ้านเราต้องอยู่ด้วยกัน ถ้ามีสันติภาพและสิ่งดีๆ เกิดขึ้นในเมียนมา คนไทยและประเทศไทยจะได้ประโยชน์ตรงนั้นด้วย
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ



