ราคาน้ำมันโลกพุ่ง หลังสหรัฐโวยอิหร่านไม่จริงจังในการเจรจา

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นในวันนี้ หลังนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า อิหร่านไม่ได้แสดงความจริงจังต่อการเจรจากับสหรัฐ

ณ เวลา 20.00 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนก.ย. บวก 2.69 ดอลลาร์ หรือ 3.19% สู่ระดับ 87.03 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. บวก 3.21 ดอลลาร์ หรือ 3.54% สู่ระดับ 94.22 ดอลลาร์/บาร์เรล

นายรูบิโอกล่าวกับผู้สื่อข่าวนอกรอบการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ประเทศฟิลิปปินส์ในวันนี้ว่า สหรัฐยังคงพร้อมเจรจาเพื่อยุติสงคราม

เขากล่าวว่า “สหรัฐต้องการบรรลุข้อตกลงทางการทูตอย่างยิ่ง และเราต้องการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน หากเป็นไปได้ โดยให้อิหร่านประกาศว่าจะไม่สนับสนุนการก่อการร้ายอีกต่อไป และจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ หรือสิ่งที่จำเป็นต่อการสร้างอาวุธนิวเคลียร์”

อย่างไรก็ดี นายรูบิโอกล่าวว่า “เวลานี้ ดูเหมือนว่าอิหร่านยังไม่ได้แสดงความจริงจังกับการทำข้อตกลง” พร้อมระบุว่า อิหร่านได้ให้คำมั่นในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่บรรลุร่วมกันเมื่อเดือนที่แล้ว แต่กลับละเมิดข้อตกลงภายในเวลาเพียงสองสัปดาห์

เขากล่าวว่า “เมื่อคุณทำข้อตกลงแล้วกลับละเมิดข้อตกลงนั้น ข้อตกลงดังกล่าวก็ไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่สามารถทำข้อตกลงใหม่ได้ในอนาคต แต่ท้ายที่สุดแล้ว ข้อตกลงใหม่จะต้องถูกตัดสินจากการที่คุณปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือไม่ และข้อตกลงฉบับนั้นกำหนดให้ต้องเปิดเสรีการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ”

แม้ย้ำว่าสหรัฐยังคงเปิดกว้างต่อแนวทางการทูต แต่นายรูบิโอกล่าวว่า กองกำลังสหรัฐจะยังคงปกป้องการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป

“เราจะเดินหน้าปกป้องการเดินเรือ และเราคิดว่าประเทศอื่น ๆ ก็ควรเข้าร่วมภารกิจนี้ด้วย ท่านประธานาธิบดีมีทางเลือกมากมาย หากอิหร่านยังคงยืนกรานที่จะไม่ให้ความร่วมมือ ผมคิดว่าอิหร่านทราบดีว่าสหรัฐมีทางเลือกหลายประการ”

นายรูบิโอกล่าวว่า “สหรัฐจะดำเนินการทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเรา รวมทั้งผลประโยชน์ของพันธมิตร”

นายรูบิโอยังกล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายเห็นต่างในการเจรจา ขณะที่อิหร่านเรียกร้องสิทธิในการควบคุมช่องแคบดังกล่าว โดยนายรูบิโอเตือนว่าหากปล่อยให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ก็จะเป็นแบบอย่างที่อันตรายอย่างยิ่งต่อประชาคมโลก

ทั้งนี้ ราคาพลังงานที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนมีความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 73.8% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค.

นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 70.8% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนก.ย.

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ