
ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดิ่งลงกว่า 300 จุด โดยถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน นอกจากนี้ ดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์ และ Nasdaq ฟิวเจอร์ ปรับตัวลง โดยได้รับผลกระทบจากการทรุดตัวของหุ้นเทสลา และอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล
ณ เวลา 18.59 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ลบ 331 จุด หรือ 0.63% สู่ระดับ 52,118 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์ และ Nasdaq ฟิวเจอร์ ลบ 0.6% และ 0.83% ตามลำดับ
หุ้นของอัลฟาเบทดิ่งลงกว่า 5% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่หุ้นเทสลาร่วงลงกว่า 5% หลังเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวัง
หุ้นอัลฟาเบทยังถูกกดดัน หลังมีรายงานว่า สหภาพยุโรป (EU) มีคำสั่งปรับบริษัทกูเกิล อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของอัลฟาเบท จำนวน 890 ล้านยูโร (ราว 1 พันล้านดอลลาร์) หรือราว 34,000 ล้านบาท โดยกล่าวหาว่าบริษัทให้สิทธิพิเศษแก่บริการของตนเองเหนือคู่แข่ง
ค่าปรับดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่กูเกิลถูกลงโทษภายใต้กฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ของ EU ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีเป้าหมายตรวจสอบและกำกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีในยุโรป
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้นกว่า 4% ทะลุระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน อ้างว่าได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในทะเลแดง ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจขยายวงกว้างมากขึ้น
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน หากอิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ
“เงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ตลาดให้ความสนใจ โดยราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรง โดยการโจมตีระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังไม่มีสัญญาณว่าจะคลี่คลายลง ขณะที่เมื่อวานนี้ กลุ่มฮูตีระบุว่าได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในทะเลแดง ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลว่าความขัดแย้งกำลังขยายวงกว้าง ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ และยังทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอาจเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย” นายจิม รีด จากดอยซ์แบงก์ ระบุในรายงาน
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





