
บรรดาประเทศในเอเชียแสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรครั้งใหม่จาก 60 ประเทศทั่วโลก และอ้างว่าเป็นการลงโทษประเทศเหล่านี้ที่ปล่อยให้มีการใช้แรงงานบังคับ โดยประเทศคู่ค้าในเอเชียมองว่าสหรัฐฯ ตั้งข้อกล่าวหานี้โดยปราศจากหลักฐานอ้างอิงและไม่มีเหตุผลรองรับ
คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรครั้งใหม่กับสินค้าที่นำเข้าจาก 60 ประเทศทั่วโลก ในอัตราระหว่าง 10% – 12.5% โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 00.01 น.ในวันนี้ (24 ก.ค.) ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 11.01 น.ตามเวลาไทย หลังจากที่มีการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี ค.ศ. 1974 แล้วพบว่า ประเทศเหล่านี้ล้มเหลวในการปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ
ทอดด์ แมกเคลย์ รัฐมนตรีกระทรวงการค้าและการลงทุนของนิวซีแลนด์ กล่าวว่า การตัดสินใจดังกล่าวของสหรัฐฯ เป็นเรื่องน่าผิดหวังมาก แต่ก็ไม่ผิดไปจากที่คาดการณ์ไว้ เพราะปธน.ทรัมป์ใช้เรื่องภาษีศุลกากรเป็นนโยบายหาเสียง และนี่คือผลลัพธ์ที่ตามมา
ขณะที่ดอน ฟาร์เรลล์ รัฐมนตรีกระทรวงการค้าของออสเตรเลียกล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวไร้เหตุผลรองรับ และไม่สอดคล้องกับข้อตกลงการค้าเสรี พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ ควรยกเลิกภาษีใหม่นี้
ทั้งนี้ ฟาร์เรลล์กล่าวว่า มาตรการของออสเตรเลียในการต่อสู้กับการใช้แรงงานบังคับนั้นถือว่าเข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และได้รับการยอมรับในระดับโลก รวมถึงในสหรัฐฯ
ด้านสิงคโปร์ได้ออกมาโต้แย้งมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ เช่นกัน โดย วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ไม่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจใดมารองรับการดำเนินการนี้
ขณะที่ญี่ปุ่นได้ส่งสัญญาณแสดงความไม่พอใจ และกำลังต้องการคำยืนยันว่าการเก็บภาษีดังกล่าวเป็นไปตามข้อตกลงที่ญี่ปุ่นเคยทำไว้กับสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้วหรือไม่ โดย มิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าวว่า “เป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่มีการเก็บภาษีกับญี่ปุ่น เรากำลังต้องการคำยืนยันกับทางสหรัฐฯ ว่า ในท้ายที่สุดแล้ว จะไม่มีการเก็บภาษีกับญี่ปุ่นเกินกว่าที่ระบุไว้ในข้อตกลงเมื่อปีที่แล้ว”
เวนดี คัตเลอร์ อดีตผู้เจรจาการค้าและนักกฎหมายของสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันทำงานที่สถาบันนโยบายเอเชียโซไซตี (Asia Society Policy Institute – ASPI) กล่าวว่า มาตรการภาษีใหม่นี้มีโอกาสที่จะถูกยกเลิกโดยศาลสหรัฐฯ น้อยกว่าเมื่อเทียบกับภาษีครั้งก่อน ๆ ที่ประกาศใช้เมื่อปีที่แล้ว
คัตเลอร์ให้ความเห็นว่า ประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ จะรู้สึกผิดหวังกับผลลัพธ์เหล่านี้ แต่ก็ไม่คาดว่าจะมีประเทศใดดำเนินการตอบโต้ อย่างไรก็ตาม ประเทศเหล่านี้จะยังคงพยายามลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ โดยการจัดทำข้อตกลงทางการค้าระหว่างกันเอง
สำหรับประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่จากทั้งหมด 60 ประเทศที่เผชิญกับอัตราภาษี 12.5% นั้น รวมถึงไทย เวียดนาม และจีน
ส่วนอัตราภาษีที่ต่ำกว่าซึ่งอยู่ที่ 10% นั้น ถูกนำมาใช้กับ 17 ประเทศที่มีกฎหมายบางประการห้ามการใช้แรงงานบังคับ ซึ่งได้แก่ อาร์เจนตินา บังกลาเทศ กัมพูชา แคนาดา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินเดีย อินโดนีเซีย จอร์แดน มาเลเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน ศรีลังกา ตรินิแดดและโตเบโก และสหราชอาณาจักร
ขณะที่ประเทศคู่ค้าอีก 5 แห่ง ได้แก่ สหภาพยุโรป (EU) ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสวิตเซอร์แลนด์ จะต้องถูกเก็บภาษีเพิ่มเติมให้เป็น 10% หรือ 12.5% เมื่อรวมกับอัตราภาษีศุลกากรสำหรับประเทศที่ได้รับความอนุเคราะห์สูงสุด (MFN)
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช





