
นางสุพินท์ มีชูชีพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น [PRI] กล่าวว่า การเติบโตของ PRI ในระยะต่อไป ไม่ได้วัดเพียงรายได้หรือจำนวนโครงการที่ให้บริการเท่านั้น แต่จะมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ในทุกช่วงของวงจรชีวิต เดินหน้า Transform ตามกลยุทธ์ PRIMO Transformation เพื่อเปลี่ยนให้องค์กรสู่การเป็น Thailand’s Leading Property & Living Services Ecosystem และ Premium Living Partner ที่ลูกค้าไว้วางใจ พร้อมเติบโตไปกับลูกค้า พันธมิตร และผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน
ภายใต้กลยุทธ์ PRIMO Transformation บริษัทมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
- Premium Service Transformation ยกระดับมาตรฐานการให้บริการทุกธุรกิจสู่ Premium Service ด้วยบุคลากรมืออาชีพ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าและเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์
- New Geography & Customer Expansion ขยายฐานลูกค้าและพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ ทั้งกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนไทยและต่างชาติ รวมถึงกลุ่มลูกค้าองค์กรในเซกเมนต์ที่มีศักยภาพสูง เพื่อกระจายแหล่งรายได้และสร้างการเติบโตในระยะยาว
- High Value & Recurring Revenue ต่อยอดธุรกิจและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง พร้อมพัฒนารูปแบบรายได้ประจำ (Recurring Revenue) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างรายได้และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง
ปัจจุบัน PRI ดำเนินธุรกิจผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ครอบคลุม 14 บริษัทในเครือ ภายใต้แนวคิด Property & Living Services Ecosystem ที่เชื่อมโยงบริการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ประกอบด้วย Pre-Living Services, Living Services และ Living & Earning Services โดย PRI ได้เดินหน้าพัฒนาคุณภาพบริการจากระดับ Standard สู่ Premium Level จากทุกกลุ่มบริการตามกลยุทธ์ พร้อมรักษาฐานลูกค้าเดิม ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้ารายใหม่ และเลือกขยายธุรกิจ (Selective Growth) ไปยังเซกเมนต์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและมีดีมานด์แข็งแกร่งในตลาด ดังนี้
กลุ่ม Pre-Living Services มุ่งยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านวิศวกรรม การตรวจสอบคุณภาพอาคาร (Inspection) การตรวจประเมินระบบ (Audit) รวมถึงบริการ Fit-out และ Turnkey Solutions เพื่อช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มคุณภาพ และสร้างมูลค่าให้กับโครงการตั้งแต่ก่อนส่งมอบ พร้อมขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม อาคารสำนักงาน และโครงการเชิงพาณิชย์
กลุ่ม Living Services เดินหน้ายกระดับการบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรรสู่ Premium Service โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารอาคาร การดูแลพื้นที่ส่วนกลาง และการให้บริการลูกบ้าน พร้อมยกระดับ Customer Experience ผ่านการสื่อสารเชิงรุก การบริหารข้อร้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างชุมชนคุณภาพผ่าน Primo Community และ Primo Club
กลุ่ม Living & Earning Services มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอสังหาริมทรัพย์ผ่านบริการ Interior Design, Fit-out และ Turnkey Solutions พร้อมนำแนวคิด Pre-Transfer Capture เข้ามาต่อยอดการให้บริการตั้งแต่ก่อนโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อสร้างรายได้ที่สามารถคาดการณ์ได้ (Predictable Revenue) ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต รวมถึงการต่อยอดบริการสู่กลุ่มโรงแรม อาคารสำนักงาน ร้านอาหาร และโครงการเชิงพาณิชย์
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมขยายธุรกิจไปสู่บริการใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโต อาทิ Wellness Services, Premium Concierge Services, Investor Advisory และ Property Asset Enhancement Services เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของ Ecosystem และสร้างแหล่งรายได้ใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ควบคู่กับการขยายธุรกิจ PRI ยังเดินหน้าสร้าง PRI DNA เพื่อพัฒนาองค์กรให้ขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ การทำงานร่วมกัน ความคิดสร้างสรรค์ และการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อส่งมอบมาตรฐานการบริการที่เป็นหนึ่งเดียว ภายใต้แนวคิด “Happy Maker for All”
“เราไม่ได้มุ่งเป็นเพียงผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่เราต้องการเป็นพันธมิตรที่ร่วมสร้างคุณค่า เพิ่มมูลค่า และดูแลอสังหาริมทรัพย์ในทุกช่วงของวงจรชีวิต เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับลูกค้า พันธมิตร พนักงาน และผู้ถือหุ้น พร้อมก้าวสู่การเป็น Thailand’s Leading Property & Living Services Ecosystem อย่างภาคภูมิ” นางสุพินท์ กล่าว





