ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งค่า รับราคาน้ำมันสูง-คาดเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีก

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (24 ก.ค.) และปิดตลาดสัปดาห์นี้แข็งค่ามากที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนมิ.ย. โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ขณะที่เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง แม้ทางการญี่ปุ่นยืนยันว่าพร้อมเข้าแทรกแซงตลาดก็ตาม

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.02% แตะที่ระดับ 101.468

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเยน โดยซื้อขายที่ระดับ 163.84 เยน จาก 163.80 เยนในวันพฤหัสบดี นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส สู่ระดับ 0.8182 ฟรังก์ จาก 0.8169 ฟรังก์ และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา สู่ระดับ 1.4096 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.4076 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.1370 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.1377 ดอลลาร์สหรัฐในวันพฤหัสบดี ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3326 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.3318 ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีดอลลาร์เพิ่มขึ้นราว 0.7% ในรอบสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 5 สัปดาห์

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเกือบ 0.9% เมื่อเทียบกับเยนในรอบสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นการแข็งค่ารายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. โดยเมื่อวันพฤหัสบดี ดอลลาร์แตะระดับ 163.98 เยน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับเงินเยนนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2529 ส่งผลให้เงินเยนอ่อนค่าลงรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบกว่า 2 เดือน และยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี

แม้ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น จะย้ำอีกครั้งในวันศุกร์ว่า รัฐบาลพร้อมดำเนินการในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศเพื่อพยุงค่าเงินเยน แต่นักวิเคราะห์มองว่า การแทรกแซงเพียงอย่างเดียวอาจให้ผลเพียงชั่วคราว เช่นเดียวกับที่ผ่านมา หากไม่มีมาตรการอื่นสนับสนุน โดยเฉพาะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในเชิงรุกมากขึ้น

ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ร่วมเรียกร้องให้ BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ความผันผวนของค่าเงินที่รุนแรงเกินไปไม่เป็นผลดีต่อตลาด ขณะที่ข้อมูลจาก LSEG แสดงให้เห็นว่า ตลาดตัดโอกาสที่ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้าออกไปทั้งหมดแล้ว

นักวิเคราะห์ของ Macquarie Group กล่าวว่า เงินเยนยังคงเผชิญแรงกดดันจากการเป็นสกุลเงินที่ให้อัตราผลตอบแทนต่ำ ประกอบกับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้นักลงทุนเลือกใช้เงินเยนเป็นเป้าหมายในการทำธุรกรรมเก็งกำไร และเป็นเหตุผลที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนนับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

เงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่กลับมาเพิ่มขึ้น หลังการสู้รบระลอกใหม่ในสงครามอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง แม้ในวันศุกร์ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ร่วงลงก็ตาม

นอกจากนี้ ตลาดยังมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นน้อยกว่ายุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์

ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้าเพิ่มขึ้นเป็น 35.8% จาก 12.8% เมื่อสัปดาห์ก่อน หลังความขัดแย้งในอิหร่านที่ยกระดับขึ้นได้จุดกระแสความกังวลเรื่องเงินเฟ้อขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในเดือนมิ.ย.ที่ชะลอตัวลงก่อนหน้านี้ จะเคยช่วยหนุนความหวังว่าเฟดอาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

นักเศรษฐศาสตร์ของ J.P. Morgan คาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า แต่คาดว่าจะมีกรรมการอย่างน้อย 2 คนลงมติคัดค้าน เนื่องจากกรรมการบางส่วนเริ่มหมดความอดทนกับเงินเฟ้อที่ยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย

ด้านเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ และอ่อนค่าลงเกือบ 0.6% ในรอบสัปดาห์นี้ หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดี แต่ยังเปิดโอกาสสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.

ฟิลิป เลน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ ECB กล่าวว่า ECB ยังมองว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในปัจจุบันอยู่ในระดับปานกลาง จึงจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินเข้าดูแล แต่ยังไม่จำเป็นต้องดำเนินมาตรการที่รุนแรง และคาดว่าจะสามารถดึงอัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ได้ภายในช่วงประมาณ 1 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 70.8% ที่ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช