ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งกว่า 300 จุด หลังน้ำมันร่วงรับข่าวอิหร่าน-สหรัฐฯ ระงับการโจมตี

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นกว่า 300 จุดในช่วงเช้าวันนี้ (27 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบร่วงลง หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านได้ระงับการโจมตีกันชั่วคราว

ณ เวลา 07.01 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้น 331 จุด หรือ +0.64% แตะที่ 52,455 จุด

ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ร่วงลง 5.04% มาอยู่ที่ระดับ 84.81 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ดิ่งลง 4.58% สู่ระดับ 87.47 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านจะระงับการโจมตีตราบเท่าที่สหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่านเช่นกัน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นคำยืนยันจากฝ่ายอิหร่าน หลังจากที่สื่อหลายสำนักรายงานก่อนหน้าว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ระงับการโจมตีอิหร่านเป็นการชั่วคราว โดยสำนักข่าว CBS News รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวในภูมิภาคสองราย ระบุว่า สหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่านเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ส่งผลกระทบ ในขณะที่คณะผู้แทนจากโอมานกำลังเยือนอิหร่านเพื่อเจรจาเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ด้าน The New York Times รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ระงับแผนการยกระดับการโจมตีอิหร่าน หลังจากคณะที่ปรึกษาอาวุโสเตือนว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ กำลังลดน้อยลง ขณะที่พลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม เตือนว่า การเปิดปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่อีกครั้งอาจทำให้ขีปนาวุธสกัดกั้นที่มีอยู่ในคลังแสงถูกใช้จนหมด

รายงานระบุว่า หลังจากสหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านอย่างหนักหน่วงติดต่อกัน 13 คืน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ได้สั่งระงับปฏิบัติการดังกล่าวเมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ (24 ก.ค.) โดยไม่มีรายงานการโจมตีจากสหรัฐฯ ทั้งในวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25-26 ก.ค.) ขณะที่อิหร่านก็ได้ระงับการโจมตีเป็นเวลา 2 วันเช่นกัน

โดย รัตนา พงศ์ทวิช