
ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.57 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากปิดตลาดวันศุกร์ที่ระดับ 33.69 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเช้านี้เคลื่อนไหวแข็งค่า หลังดอลลาร์อ่อนค่ารับข่าวเช้านี้ที่สหรัฐฯ หยุดโจมตีอิหร่านชั่วคราว หลังมีการโจมตีมาอย่างต่อเนื่องมาแล้ว 13 วัน
ปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงนี้ ยังเป็นสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นหลัก ส่วนวันนี้ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดตาม
นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.50-33.75 บาท/ดอลลาร์
*ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 163.56 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 163.75 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1410 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.1380 ดอลลาร์/ยูโร
– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.791 บาท/ดอลลาร์
– ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า การส่งออกไทยเดือนมิถุนายน 2569 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 20.8% การเติบโตเกินกว่าครึ่งมาจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่กลับมาขยายตัวอย่างแข็งกร่งที่ 66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการส่งออกหลักของไทย นำโดย การส่งออกคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน รวม HDD และอุปกรณ์สื่อสาร ที่ได้รับอานิสงส์ของความต้องการ AI และ Data Center ทั่วโลก รวมถึงส่วนหนึ่งยังเป็นสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของไทย โดยขยายตัวสูง 73% รองลงมาเป็นตลาดจีนและสิงคโปร์ที่ขยายตัวดีเช่นกัน
– “รัฐบาล” คุมเข้มลงทุน Data Center ป้องกันผลกระทบไฟฟ้า-น้ำ “บีโอไอ” ตั้งเกณฑ์คัดกรอง 4 มิติ เก็บเงิน ประกันไฟ 4.5 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ ป้องกันกักตุนโควตา ดันแผน “Power & Water Map” กระจายลงทุนนอก EEC จ่อชง กฟผ.ขายไฟฟ้าตรงลดคอขวดสายส่ง กสทช.ลุย อัปเกรดไลเซนส์เทียบเท่าผู้ให้บริการโครงข่าย โทรคมนาคม ตั้งเกณฑ์โซนนิ่งพื้นที่ลงทุน
– สหรัฐเก็บภาษีเพิ่ม 12.5% นักวิชาการ เปิด 11 กลุ่มสินค้า เข้าข่าย คาดทุบส่งออกไทยไปสหรัฐ ลดลง 4-6% เหลือโต 25.6-27.6% จากปี 68 ที่ 31.6% ฉุดส่งออกภาพรวมทั้งปีนี้เหลือโตแค่ 6-7% เดิมคาด 8% จับตาผลไต่สวนมาตรา 301 ประเด็นมีกำลังการผลิตส่วนเกิน ส่อถูกเก็บภาษีเพิ่มเติม ซ้ำเติมส่งออกไทยได้อีกระลอก ชง 5 ทางออกเร่งทำด่วน
– หลังจากสหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านอย่างหนักหน่วงติดต่อกัน 13 คืน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ได้สั่งระงับปฏิบัติการดังกล่าวเมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ (24 ก.ค.) โดยไม่มีรายงานการโจมตีจากสหรัฐฯ ทั้งในวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25-26 ก.ค.) ขณะที่อิหร่านก็ได้ระงับการโจมตีเป็นเวลา 2 วันเช่นกัน
– เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านจะระงับการโจมตีตราบเท่าที่สหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่านเช่นกัน โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นคำยืนยันจากฝ่ายอิหร่าน หลังจากที่สื่อหลายสำนักรายงานก่อนหน้าว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ระงับการโจมตีอิหร่านเป็นการชั่วคราว โดย The New York Times รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ระงับแผนการยกระดับการโจมตีอิหร่าน หลังจากคณะที่ปรึกษาอาวุโสเตือนว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ กำลังลดน้อยลง และการเปิดปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่อีกครั้งอาจทำให้ขีปนาวุธสกัดกั้นที่มีอยู่ในคลังแสงถูกใช้จนหมด
– ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนและดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนมิ.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
– นักลงทุนรอผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในสัปดาห์นี้ โดยตลาดส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ ขณะที่ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักประมาณ 82% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
– นักเศรษฐศาสตร์ของ J.P. Morgan คาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า แต่คาดว่าจะมีกรรมการอย่างน้อย 2 คนลงมติคัดค้าน เนื่องจากกรรมการบางส่วนเริ่มหมดความอดทนกับเงินเฟ้อที่ยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน





